Home Blog

สุดกลั้นน้ำตา! แม่วัย 72 สูญเสียลูกชายวัย 40 ตัดสินใจบริจาคอวัยวะ

0

สุดกลั้นน้ำตา! แม่วัย 72 สูญเสียลูกชายวัย 40 ตัดสินใจบริจาคอวัยวะ

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ นพ.ศิริชัย สรธัชธำรง รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เป็นผู้แทนมอบประกาศเกียรติคุณและหรีดเคารพศพจากสภากาชาดไทย เพื่อแสดงความขอบคุณต่อครอบครัวของนายยงยุทธ บุญไทย อายุ 40 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ต.สักหลง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเสียชีวิตจากภาวะเส้นเลือดในสมองแตก โดยครอบครัวได้ตัดสินใจบริจาคอวัยวะของผู้เสียชีวิต เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นได้ถึง 4 ราย มีนางมน บุญไทย อายุ 72 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต พร้อมญาติเป็นผู้รับมอบ

สุดกลั้นน้ำตา! แม่วัย 72 สูญเสียลูกชายวัย 40 ตัดสินใจบริจาคอวัยวะ

นางมน เปิดเผยว่า ลูกชายมีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง และเข้ารับการรักษากับแพทย์มาเป็นเวลาหลายปี แต่ในระยะหลังลูกชายไม่ค่อยรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง กระทั่งวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ลูกชายเกิดอาการวูบ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหล่มสัก ก่อนตรวจพบว่ามีภาวะเส้นเลือดในสมองแตก และถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์
แพทย์ตรวจพบว่ามีเลือดออกในสมองเป็นจำนวนมาก และผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะสมองตาย ซึ่งถือว่าเสียชีวิตตามเกณฑ์ทางการแพทย์ จากนั้นครอบครัวได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโครงการบริจาคอวัยวะ

สุดกลั้นน้ำตา! แม่วัย 72 สูญเสียลูกชายวัย 40 ตัดสินใจบริจาคอวัยวะ

นางมนกล่าวว่า ในฐานะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตนเคยพบเห็นผู้ป่วยโรคไตที่ต้องเข้ารับการฟอกไตเป็นประจำ รวมถึงผู้ป่วยอีกหลายคนที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วย จึงตัดสินใจยินยอมบริจาคอวัยวะของลูกชาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยรายอื่นมีชีวิตที่ดีขึ้น
อวัยวะที่บริจาคประกอบด้วยไต 2 ข้าง และดวงตา 2 ข้าง ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นรวม 4 ราย สำหรับตนแล้ว การบริจาคอวัยวะครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการมอบโอกาสให้ผู้อื่น แต่ยังถือเป็นการทำบุญครั้งใหญ่ให้กับลูกชายอีกด้วย
นางมนกล่าวด้วยความอาลัยว่า อยากฝากบอกลูกชายเป็นครั้งสุดท้ายว่า “ขอให้ไปดี ไม่ต้องเป็นห่วงแม่” พร้อมหวังว่าบุญกุศลจากการบริจาคอวัยวะในครั้งนี้ จะส่งผลให้ลูกชายไปสู่ภพภูมิที่ดี

เผยสาเหตุ “น้องบอส” 7 ขวบ หายตัวจากทุ่งนา เดินหลงป่าข้ามจังหวัด

0

เผยสาเหตุ “น้องบอส” 7 ขวบ หายตัวจากทุ่งนา เดินหลงป่าข้ามจังหวัด

เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ของวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ได้เกิดข่าวดีขึ้นเมื่อ นายชนะวุธ อุทโท ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมชาย ภูกองชนะ ผู้กำกับการ สภ.เขาวง และ ร.ท.ธวัชชัย เห็มวัง นายอำเภอเขาวง ได้รับการประสานงานด่วนจากทีมกู้ภัยหมื่นหินและเครือข่ายจิตอาสาว่า มีชาวบ้านพบเด็กชายลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้ง เดินพลัดหลงอยู่เพียงลำพังในพื้นที่บ้านแก่งนาง ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อข้ามจังหวัด

เผยสาเหตุ น้องบอส 7 ขวบ หายตัวจากทุ่งนา เดินหลงป่าข้ามจังหวัด

ภายหลังรับแจ้งเหตุ นายชนะวุธ อุทโท ได้รีบประสานทีมกู้ภัยในจุดเกิดเหตุ ให้เข้าทำการตรวจสอบเบื้องต้น พร้อมถ่ายภาพเด็กส่งกลับมายังศูนย์ประสานงานใน อ.เขาวง เพื่อให้ญาติตรวจสอบยืนยันตัวบุคคล โดยทันทีที่ครอบครัวเห็นภาพถ่าย ทุกคนต่างยืนยันตรงกันว่าเป็น “น้องบอส” จริง ทำเอาพ่อแม่และญาติพี่น้องถึงกับน้ำตาคลอด้วยความโล่งอก ท่ามกลางความยินดีของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่ร่วมติดตามภารกิจค้นหาในครั้งนี้

จากนั้น ทีมกู้ภัยหมื่นหินพร้อมด้วย นายปรีดา เครือศรี ซึ่งเป็นตาของน้องบอส ได้รีบเดินทางไปยังบ้านแก่งนาง ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เพื่อรับตัวเด็กกลับสู่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ โดยนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลเขาวงอย่างเร่งด่วน เพื่อให้แพทย์และพยาบาลตรวจร่างกาย ประเมินสภาพจิตใจ และให้การรักษาฟื้นฟูทันที เนื่องจากเบื้องต้นพบว่าเด็กอยู่ในสภาพอิดโรยอย่างหนัก อ่อนแรง และมีอาการหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากการสอบถาม นายปรีดา ตาของน้องบอส กล่าวว่า จุดที่พบหลานอยู่ห่างจากบริเวณทุ่งนาที่ครอบครัวพาไปทำงานไกลถึง 30 กิโลเมตร โดยจากการพูดคุยสั้นๆ น้องบอสได้เล่าว่า เหตุการณ์เริ่มจากสุนัขตัวหนึ่งได้วิ่งมาคาบรองเท้าของตนแล้ววิ่งหนีไป ด้วยความเสียดายรองเท้าจึงได้วิ่งไล่ตามสุนัขตัวนั้นไปเรื่อยๆ โดยไม่ทันสังเกตทิศทาง รู้ตัวอีกทีก็หลงเข้าไปในป่าลึก และเดินเท้าต่อจนกระทั่งไปปรากฏตัวอยู่บริเวณลำห้วยในพื้นที่ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร

ด้าน นายชนะวุธ อุทโท ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 6 กล่าวว่าขอขอบคุณทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นร้อยโท ธวัชชัย เห็มวัง นายอำเภอเขาวง พ.ต.อ.สมชาย ภูกกองชนะ ผกก.สภ.เขาวง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาวง เจ้าหน้าที่กู้ภัยหมื่นหิน เจ้าหน้าที่กู้ภัยอโศกสมเด็จ เจ้าหน้าที่กู้ภัยกุดหว้า และกู้ภัยทุกหน่วยพร้อมชาวบ้านจิตอาสาที่มาช่วยเหลือภารกิจตามหาน้องในครั้งนี้ให้ลุล่วงไปด้วยดี หลังจากนี้คงต้องช่วยกันเยียวยาจิตใจของน้องสักระยะหนึ่ง และอยากขอความร่วมมือทุกคนไม่ให้ไปรบกวนน้อง เพื่อให้เขาได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ

เผยสาเหตุ น้องบอส 7 ขวบ หายตัวจากทุ่งนา เดินหลงป่าข้ามจังหวัด

โดยสาเหตุสำคัญเกิดจากสุนัขได้คาบรองเท้าแตะสีฟ้าของน้องไป น้องจึงวิ่งติดตามสุนัขตัวดังกล่าวไปและกลายเป็นเพื่อนเดินทางร่วมกัน ซึ่งน้องได้เดินเท้าจากจุดเกิดเหตุมาไกลเกือบ 30 กิโลเมตร จนกระทั่งมีชาวบ้านที่ออกมาใส่มองใส่ดักปลามาพบ และถามหานายและพ่อแม่ แต่น้องแจ้งว่าหลงทางมาและหิวกระหายจึงขอข้าวทาน ชาวบ้านจึงช่วยนำตัวเข้ามาพักที่บ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านแก้งนาง พร้อมประสานแจ้งศูนย์บัญชาการ ซึ่งในช่วงแรกทางทีมงานยังไม่ได้ปักใจเชื่อเนื่องจากมีกระแสข่าวสับสนหลายทาง จึงส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าพื้นที่ไปถ่ายภาพยืนยันตัวตน ก่อนจะพบว่าเจอน้องจริงในสภาพร่างกายอ่อนเพลีย จึงได้รีบนำตัวส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอย่างปลอดภัย

ขณะเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่น้องบอสเดินหลงทางอยู่ในป่าและเลียบลำห้วยด้วยความอ่อนเพลีย ได้ไปพบกับชาวบ้านในพื้นที่ที่กำลังออกหาปลาอยู่พอดี เด็กจึงได้เดินเข้าไปหาและเอ่ยปากขอข้าวกินเนื่องจากไม่ได้กินอะไรมาตลอดทั้งวัน เมื่อชาวบ้านสังเกตเห็นเด็กพลัดหลงมาผิดปกติ จึงได้สอบถามจนทราบว่าหลงทางมา จึงรีบพาตัวกลับเข้าหมู่บ้าน จัดหาข้าวและน้ำให้ดื่มเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะรีบประสานงานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบจนสามารถยืนยันตัวตนได้ในที่สุด

เผยสาเหตุ น้องบอส 7 ขวบ หายตัวจากทุ่งนา เดินหลงป่าข้ามจังหวัด

อย่างไรก็ตาม แม้จะพบตัวน้องบอสได้อย่างปลอดภัย แต่กรณีการหายตัวไปจากทุ่งนาใน อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ แล้วไปโผล่ในพื้นที่ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งมีระยะทางห่างกันกว่า 30 กิโลเมตร ภายในระยะเวลาเพียงวันเดียวนั้น ยังคงเป็นประเด็นที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเข้าสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมตามขั้นตอน เพื่อหาข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบว่าเด็กสามารถเดินทางไปถึงจุดดังกล่าวได้อย่างไร

 

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องหรือพาเด็กเดินทางไปหรือไม่ ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์อย่างเป็นทางการ รวมถึงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและกระจ่าง

 

รู้แล้วขายอะไร “เจ๊ฟ้า” ประมูลล็อกประจำปาดหน้า “แม่เกด” งานรับบัว

0
รู้แล้วขายอะไร “เจ๊ฟ้า” ประมูลล็อกประจำปาดหน้า “แม่เกด” งานรับบัว

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ สำหรับบรรยากาศการประมูลพื้นที่ค้าขายในงานประเพณีรับบัวบางพลี 2569 ที่ปีนี้แข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยเฉพาะกรณีของ “ร้านกาละแมแม่เกด” ของ “แม่เกด” แม่ค้าชื่อดัง ซึ่งต้องผิดหวังหลังพยายามสู้ราคาประมูลล็อกประจำอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายกลับถูกคู่แข่งปาดหน้าคว้าพื้นที่ไปครองด้วยราคาสูงถึง 450,000 บาท

งานประเพณีรับบัวถือเป็นเทศกาลสำคัญที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างเฝ้ารอ เพราะเป็นโอกาสในการจับจองพื้นที่ค้าขายภายในงาน ซึ่งทำเลดีมักเป็นที่ต้องการและมีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น

รู้แล้วขายอะไร "เจ๊ฟ้า" ประมูลล็อกประจำปาดหน้า "แม่เกด" งานรับบัว

ด้าน “แม่เกด” ก็ทุ่มสุดกำลังเพื่อรักษาล็อกประจำของตัวเองไว้ โดยเสนอราคาประมูลสูงถึง 430,000 บาท หวังคว้าพื้นที่เดิมกลับมาขายของอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการประมูล กลับมีแม่ค้ารายใหม่เสนอราคาสูงกว่า โดยเคาะราคาปิดที่ 450,000 บาท ทำให้สามารถคว้าล็อกดังกล่าวไปครองได้สำเร็จ ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด

รู้แล้วขายอะไร "เจ๊ฟ้า" ประมูลล็อกประจำปาดหน้า "แม่เกด" งานรับบัว

หลังการประมูลสิ้นสุดลง กาละแมแม่เกดไม่อาจเก็บกลั้นความรู้สึกผิดหวังไว้ได้ จนถึงกับหลั่งน้ำตา ภายหลังคลิปเหตุการณ์ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ก็มีแฟนคลับและชาวเน็ตเข้ามาส่งกำลังใจให้เธอเป็นจำนวนมาก

รู้แล้วขายอะไร "เจ๊ฟ้า" ประมูลล็อกประจำปาดหน้า "แม่เกด" งานรับบัว

ขณะที่ผู้ชนะการประมูลรายนี้คือ “เจ๊ฟ้า” อายุ 42 ปี ซึ่งคว้าล็อก A70 ทำเลสามแยกใกล้พระอุโบสถ วัดบางพลีใหญ่ใน ไปด้วยราคา 450,000 บาท โดยเจ้าตัวเตรียมนำอาหารทะเลดองมาจำหน่ายภายในงาน นอกจากนี้ ยังมีน้ำใจนำผลไม้จากสวนตาพงศ์มาแจกฟรีให้กับประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวงานอีกด้วย

รู้แล้วขายอะไร "เจ๊ฟ้า" ประมูลล็อกประจำปาดหน้า "แม่เกด" งานรับบัว

รู้แล้วขายอะไร "เจ๊ฟ้า" ประมูลล็อกประจำปาดหน้า "แม่เกด" งานรับบัว

 

ผื่นตุ่มพองขึ้นเต็มหลัง หลายคนอาจไม่รู้ว่าแค่ “นอนทับ” ก็ทำให้เกิดอาการแบบนี้ได้จริงหรือ?

0

ผื่นตุ่มพองขึ้นเต็มหลัง หลายคนอาจไม่รู้ว่าแค่ “นอนทับ” ก็ทำให้เกิดอาการแบบนี้ได้จริงหรือ?

ปัจจัยแรกที่ควรพิจารณาคือความสัมพันธ์ระหว่างผื่นกับแรงกด หากตุ่มบวมเกิดขึ้นบริเวณที่รับน้ำหนักระหว่างนอน หรือเกิดซ้ำหลังจากนอนในท่าเดิมเป็นเวลานาน อาจมีความเกี่ยวข้องกับแรงกดหรือการเสียดสี แต่ไม่ควรทดลองกดทับผิวหนังเพื่อกระตุ้นให้เกิดอาการด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือทำให้ผื่นแย่ลงได้ หากสงสัยว่ามีลมพิษจากแรงกด ควรจดบันทึกว่าผื่นเกิดเมื่อใดและอยู่ได้นานเท่าใด แล้วนำข้อมูลไปปรึกษาแพทย์

Da liễu

ปัจจัยต่อมาคือความร้อนและเหงื่อ โดยเฉพาะในผู้ที่นอนในห้องอากาศร้อน ใช้เครื่องนอนที่ระบายอากาศไม่ดี หรือมีเหงื่อออกมากระหว่างคืน ความอับชื้นอาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองและเอื้อต่อการเกิดผื่นบางประเภทได้ ผื่นจากความร้อนมักมีลักษณะเป็นตุ่มขนาดเล็กและอาจมีอาการคันหรือแสบ แต่ลักษณะจริงอาจแตกต่างกันไป จึงไม่ควรเหมารวมว่าตุ่มบวมทุกชนิดเป็นผดร้อน

อีกปัจจัยหนึ่งคือสารที่สัมผัสผิวหนัง เครื่องนอนและเสื้อผ้าอาจมีสารตกค้างจากผลิตภัณฑ์ซักทำความสะอาด ขณะที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบางชนิดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรืออาการแพ้ในผู้ที่มีความไวต่อส่วนผสมบางอย่าง หากเพิ่งเปลี่ยนน้ำยาซักผ้า สบู่ ครีมทาผิว หรือชุดนอนก่อนเกิดอาการ ควรจดจำข้อมูลเหล่านี้ไว้เพื่อประกอบการประเมิน

ผื่นแพ้สัมผัสมักมีอาการแดง คัน และอาจมีตุ่มเล็ก ๆ หรือผิวหนังแห้งลอกในบริเวณที่สัมผัสสิ่งกระตุ้น อาการอาจเกิดขึ้นหลังสัมผัสสารไปแล้วระยะหนึ่ง และบางครั้งอาจลุกลามออกจากบริเวณที่สัมผัสโดยตรง หากอาการกลับมาเกิดซ้ำเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์เดิม ข้อมูลดังกล่าวอาจช่วยให้แพทย์พิจารณาว่าควรตรวจหาสารก่อภูมิแพ้เพิ่มเติมหรือไม่

นอกจากการแพ้แล้ว ยังมีสาเหตุจากแมลงกัดต่อยหรือปฏิกิริยาต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจทำให้เกิดตุ่มนูนเป็นกลุ่มได้ ตัวอย่างเช่น หากมีตุ่มเกิดขึ้นหลายจุดหลังนอนบนที่นอนหรือใช้เครื่องนอนที่ไม่คุ้นเคย อาจจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพแวดล้อมด้วย อย่างไรก็ตาม การเห็นตุ่มเรียงกันหรือเกิดเป็นกลุ่มไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดจากแมลงชนิดใด ต้องพิจารณาร่วมกับประวัติการสัมผัสและลักษณะอาการอื่น ๆ

Vui] Tháng 1 mãi chưa hết, lương chưa về nhưng bạn vẫn may ...

ควรสังเกตด้วยว่าผื่นมีแนวโน้มดีขึ้นหรือแย่ลง หากตุ่มเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว มีอาการปวดมาก ผิวหนังร้อนแดงลาม มีหนอง มีไข้ หรือรู้สึกไม่สบายร่วมด้วย ควรพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอดูอาการเป็นเวลานาน ในกรณีที่มีอาการหายใจลำบาก แน่นคอ หน้ามืด หรือริมฝีปากและลิ้นบวมอย่างรวดเร็ว ต้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที เพราะอาจเป็นอาการของปฏิกิริยาแพ้รุนแรง

โรคตุ่มน้ำพอง เป็นได้ไม่ยาก แต่รักษาได้

คันไม่ไหว ลมพิษ กี่วันหาย? รวมวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ถ้าเล็บของคุณมีเส้น แสดงว่าคุณมี

0

ถ้าเล็บของคุณมีเส้น แสดงว่าคุณมี

ไขข้อสงสัย เล็บเป็นเส้นแนวตั้ง สัญญาณเตือนสุขภาพและวิธีดูแลอย่างถูกต้อง
เล็บมีเส้นแนวตั้งบอกอะไร สัญญาณเตือนร่างกายที่ต้องรู้
ร่างกายของมนุษย์มีความมหัศจรรย์ในการสื่อสารความผิดปกติต่างๆ ออกมาผ่านทางลักษณะภายนอกให้เราได้รับรู้ หนึ่งในจุดที่สามารถบ่งบอกถึงสภาวะความสมบูรณ์ของร่างกายได้เป็นอย่างดีก็คือส่วนปลายสุดของนิ้วมือของเรา หากคุณลองก้มมองดูที่ปลายนิ้วแล้วพบว่ามีลักษณะที่ผิดแปลกไปจากเดิม เช่น มีร่องรอยบางอย่างเกิดขึ้น คุณอาจจะกำลังตั้งคำถามว่าสิ่งเหล่านี้มีความหมายแฝงอะไรซ่อนอยู่หรือไม่

ดังที่ปรากฏในภาพตัวอย่าง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงลักษณะของเล็บที่มีริ้วรอยเป็นเส้นตรงยาวลงมาตามแนวตั้งอย่างชัดเจน หลายคนที่พบเจอกับลักษณะแบบนี้อาจจะเกิดความกังวลใจและสงสัยว่า ร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนถึงความเจ็บป่วยหรือความอ่อนแออะไรบางอย่างหรือไม่ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริง พร้อมทั้งแนะนำแนวทางการดูแลตัวเองเพื่อฟื้นฟูให้กลับมามีสุขภาพที่ดีและเรียบเนียนอีกครั้ง

สุขภาพบอกได้จากเส้นบนเล็บ | Thai PBS Podcast | หลายคนมองไม่เห็นถึงประโยชน์ ของเล็บ จึงมองข้ามและไม่ทันได้สังเกตความผิดปกติ แต่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับ เล็บ อาจเป็นสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับสุขภาพได้ โดยเฉพาะเส้น หรือขีดสีบนเล็บ

ทำความเข้าใจลักษณะของเส้นที่ปรากฏ

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ริ้วรอยที่เกิดขึ้นสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายลักษณะ แต่ที่พบได้บ่อยที่สุดและมักจะไม่เป็นอันตรายร้ายแรงคือ ลักษณะที่เป็นเส้นตรงยาวจากโคนจรดปลาย (แนวตั้ง) ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ทั่วไปในคนส่วนใหญ่ เมื่อใช้นิ้วลูบเบาๆ จะรู้สึกถึงความขรุขระเล็กน้อย ไม่เรียบเนียนเหมือนผิวปกติ ซึ่งแตกต่างจากลักษณะที่เป็นเส้นขวางหรือมีสีดำคล้ำ ซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณที่ต้องได้รับการตรวจเช็กอย่างละเอียดมากขึ้น

สาเหตุหลักที่ทำให้เล็บไม่เรียบเนียน
การที่พื้นผิวเปลี่ยนไปจนเกิดเป็นริ้วรอยแนวตั้งนั้น เกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัย ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันและการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกาย ดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงตามวัย
นี่คือสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดและเป็นเรื่องธรรมชาติอย่างยิ่ง เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น อัตราการผลัดเซลล์และการสร้างเซลล์ใหม่จะทำงานได้ช้าลง ความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นตามธรรมชาติก็ลดลงตามไปด้วย เปรียบเทียบให้เห็นภาพได้ง่ายๆ คือ คล้ายกับการเกิดริ้วรอยบนผิวหนังเมื่อเราอายุมากขึ้นนั่นเอง ดังนั้น หากคุณเริ่มมีอายุเข้าสู่วัยกลางคนหรือวัยผู้ใหญ่ การพบเห็นริ้วรอยเหล่านี้จึงถือเป็นเรื่องปกติที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

2. ภาวะขาดความชุ่มชื้น

เล็บเป็นเส้น ขาดวิตามินอะไร เล็บเป็นเส้นแนวตั้ง ป่วยหรือเปล่า

ความแห้งกร้านเป็นศัตรูตัวฉกาจ หากคุณเป็นคนที่ต้องล้างมือบ่อยๆ ใช้สบู่ที่มีฤทธิ์ชำระล้างรุนแรง หรือต้องสัมผัสกับน้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก และสารเคมีทำความสะอาดต่างๆ โดยไม่ได้สวมถุงมือป้องกัน สารเคมีเหล่านี้จะเข้าไปทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติและดึงเอาความชุ่มชื้นออกไปจนหมด ส่งผลให้เกิดความแห้ง แตก และเกิดเป็นริ้วรอยได้ง่ายกว่าปกติ นอกจากนี้ สภาพอากาศที่หนาวเย็นหรือแห้งจัดก็มีส่วนทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นได้เช่นกัน

3. การได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
สิ่งที่เราทานเข้าไปส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตและความแข็งแรงของทุกส่วนในร่างกาย หากร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอ ก็จะสะท้อนออกมาให้เห็นภายนอก สารอาหารสำคัญที่ส่งผลโดยตรง ได้แก่

โปรตีน: เป็นโครงสร้างหลักที่ช่วยสร้างความแข็งแรง หากขาดโปรตีนจะทำให้เกิดความเปราะบางและไม่เรียบเนียน

ธาตุเหล็ก: ภาวะขาดธาตุเหล็กนอกจากจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียแล้ว ยังทำให้พื้นผิวดูซีดเซียวและเกิดเป็นร่องลึกได้

สังกะสีและสารอาหารกลุ่มบี: มีส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์ใหม่ หากร่างกายได้รับไม่เพียงพอ จะทำให้การเจริญเติบโตหยุดชะงักหรือผิดรูป

เล็บเป็นเส้น ขาดวิตามินอะไร เล็บเป็นเส้นแนวตั้ง ป่วยหรือเปล่า

4. พฤติกรรมและการกระทบกระเทือน

การใช้งานมืออย่างหนัก การพิมพ์แป้นพิมพ์แรงๆ การใช้ปลายมือแกะเกาหรือแงะสิ่งของต่างๆ ล้วนเป็นการสร้างความบอบช้ำสะสม การเสียดสีหรือได้รับการกระทบกระเทือนเล็กๆ น้อยๆ เป็นประจำ จะทำให้เซลล์บริเวณโคนซึ่งเป็นจุดกำเนิดเกิดความเสียหาย ส่งผลให้สิ่งที่งอกออกมาใหม่มีลักษณะไม่เรียบและเป็นรอยเส้นได้

วิธีการฟื้นฟูและดูแลอย่างถูกวิธี
แม้ว่าริ้วรอยเหล่านี้มักจะไม่ใช่เรื่องอันตราย แต่การปล่อยปละละเลยก็อาจทำให้ดูไม่สวยงามและเสียความมั่นใจได้ ข่าวดีคือเราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อฟื้นฟูให้กลับมาดูดีขึ้นได้ด้วยวิธีธรรมชาติ ดังนี้

ปรับเปลี่ยนโภชนาการ
การบำรุงจากภายในคือหัวใจสำคัญ ควรหันมาใส่ใจกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเน้นอาหารที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรง

เพิ่มการทานเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ ไข่ และถั่วต่างๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

รับประทานผักใบเขียวเข้ม เครื่องในสัตว์ และธัญพืช เพื่อเพิ่มระดับธาตุเหล็กในเลือด ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตไปเลี้ยงส่วนปลายได้ดีขึ้น

ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละแปดแก้ว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นจากภายในร่างกาย ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดีที่สุด

การเติมความชุ่มชื้นจากภายนอก

การบำรุงจากภายนอกเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย หลังจากล้างมือทุกครั้ง ควรทาครีมบำรุงมือและบริเวณปลายนิ้วทันที เพื่อช่วยล็อคความชุ่มชื้นไม่ให้ระเหยออกไป นอกจากนี้ การใช้น้ำมันบำรุงสูตรเฉพาะ ทาและนวดวนเบาๆ บริเวณโคนเป็นประจำทุกคืนก่อนนอน จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและเพิ่มความยืดหยุ่น ทำให้สิ่งที่งอกใหม่มีความเรียบเนียนและแข็งแรงมากขึ้น

การหลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรง
ควรสวมถุงมือยางทุกครั้งที่ต้องทำงานบ้าน ล้างจาน ซักผ้า หรือต้องสัมผัสกับน้ำยาทำความสะอาดต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สารเคมีทำร้ายผิวและดึงความชุ่มชื้นออกไป นอกจากนี้ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือที่มีสูตรอ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังใช้

การตัดแต่งและดูแลอย่างทะนุถนอม
ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการกัด การแกะ หรือการใช้ปลายมือในการงัดแงะสิ่งของ ควรใช้กรรไกรตัดให้มีความยาวที่พอเหมาะ ไม่สั้นหรือยาวจนเกินไป และใช้ตะไบฝนขอบให้มนเพื่อป้องกันการฉีกขาด หลีกเลี่ยงการตะไบหน้าผิวด้านบนอย่างรุนแรง เพราะจะยิ่งทำให้บางและอ่อนแอลงกว่าเดิม หากต้องการความสวยงาม ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เคลือบใสที่มีส่วนผสมของสารบำรุงแทนการทาสีที่มีสารเคมีรุนแรง

บทสรุป
ลักษณะที่ปรากฏเป็นเส้นแนวตั้งดังที่เห็นในภาพตัวอย่างนั้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพียงสัญญาณบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงตามวัย หรือภาวะขาดความชุ่มชื้น ซึ่งสามารถแก้ไขและปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ด้วยการหันมาใส่ใจดูแลตัวเองให้มากขึ้น ทั้งในเรื่องของการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การเติมความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ และการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่สร้างความทำร้าย เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถมีปลายนิ้วที่ดูสุขภาพดี เรียบเนียน และกลับมามีความมั่นใจได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องพึ่งพาวิธีการที่ยุ่งยากหรือซับซ้อนแต่อย่างใด การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ของร่างกาย จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

เล็บเป็นเส้น ขาดวิตามินอะไร เล็บเป็นเส้นแนวตั้ง ป่วยหรือเปล่า

สุขภาพบอกได้จากเส้นบนเล็บ | Thai PBS Podcast | หลายคนมองไม่เห็นถึงประโยชน์ ของเล็บ จึงมองข้ามและไม่ทันได้สังเกตความผิดปกติ แต่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับ เล็บ อาจเป็นสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับสุขภาพได้ โดยเฉพาะเส้น หรือขีดสีบนเล็บ

“น้องพายุ” ไม่ขอเข้าร่วมแข่ง AMPC 2026 ทีมช่างประกาศชี้แจงชัด

0

“น้องพายุ” ไม่ขอเข้าร่วมแข่ง AMPC 2026 ทีมช่างประกาศชี้แจงชัด

วันที่ 19 ต.ค. 69 ทางด้าน “DT Motorsport” ซึ่งเป็นทีมดูแลและเซอร์วิสรถแข่งหมายเลข 69 ของ “น้องพายุ” พายุ รังษีสิงห์พิพัฒน์ ได้ออกมาแจ้งว่า “น้องพายุ” จะไม่เข้าร่วมการแข่งขัน Asia Pacific Motorsport Championship (APMC) 202

น้องพายุ ไม่ขอเข้าร่วมแข่ง AMPC 2026 ทีมช่างประกาศชี้แจงชัด

ระบุว่า ประกาศชี้แจงจาก DT Motorsport

ตามที่มีข่าวเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการเข้าร่วมการแข่งขันรายการ APMC2026 23-25 ตุลาคม นี้ของ พายุ รังษีสิงห์พิพัฒน์ หมายเลข 69 รุ่น Cadet B

ทาง DT Motorsport ขอชี้แจงให้ทราบว่า พายุ รังษีสิงห์พิพัฒน์ หมายเลข 69 ไม่ขอเข้าร่วมการแข่งขันรายการ AMPC2026 ในครั้งนี้

น้องพายุ" ทำเฮลั่นทั้งบ้าน! เลขแข่งรถให้โชคเต็มๆ แฟนๆ ได้เฮด้วย

ทางทีมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ ติดตาม และให้การสนับสนุนพายุกับ DT Motorsport มาโดยตลอด

จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน

Practice day : น้องพายุ ในรถหมายเลข 69 ลงฝึกซ้อมเตรียมตัวก่อนแข่งสู้ศึกโกคาร์ท  งานนี้มีคุณพ่อคุณแม่ ร่วมส่งกำลังใจติดขอบสนามเลยจ้า งาน SKT Super Kart  Thailand | TrueVision-Toyota Junior Kart Champio

DT Motorsport

น้องพายุ ไม่ขอเข้าร่วมแข่ง AMPC 2026 ทีมช่างประกาศชี้แจงชัด

เจอกันสนามหน้านะพี่ๆ “DT Motorsport” ชี้แจง “น้องพายุ” ไม่ขอเข้าร่วมการ แข่งขันรายการ AMPC2026 ในครั้งนี้ 📷ข่าวช่อง8

ตุ่มน้ำใสบนผิวหนังและนิ้วมือ สัญญาณแบบไหนที่ควรพบแพทย์

0

ตุ่มน้ำใสบนผิวหนังและนิ้วมือ สัญญาณแบบไหนที่ควรพบแพทย์

 ทำความรู้จักตุ่มน้ำใสที่เกิดขึ้นบนนิ้วมือ

Dyshidrotic Eczema Treatment: How to Treat Flares

ตุ่มน้ำใสที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณนิ้วมือ ฝ่ามือ หรือด้านข้างของนิ้ว เป็นอาการที่หลายคนอาจเคยพบ บางครั้งตุ่มมีขนาดเล็กจนแทบสังเกตไม่เห็น แต่บางกรณีอาจเกิดขึ้นเป็นกลุ่ม ทำให้ผิวหนังคัน แดง ระคายเคือง หรือรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัสสิ่งของ หากพบความผิดปกติเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือการสังเกตลักษณะของตุ่มและอาการที่เกิดขึ้นร่วมกัน แทนที่จะสรุปสาเหตุจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว

ผิวหนังทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันร่างกายจากสิ่งแวดล้อม เมื่อผิวหนังเกิดการระคายเคือง การอักเสบ หรือมีการติดเชื้อ อาจเกิดตุ่มที่มีของเหลวอยู่ภายในได้ ของเหลวนี้อาจมีลักษณะใส ขุ่น หรือมีสีแตกต่างกันตามสาเหตุ ตุ่มบางชนิดหายได้เองเมื่อหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ขณะที่บางชนิดจำเป็นต้องได้รับการตรวจและรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์

ลักษณะของตุ่มน้ำใสที่ควรสังเกต ได้แก่ จำนวนของตุ่ม ตำแหน่งที่เกิด ขนาด การกระจายตัว และระยะเวลาที่เป็น หากตุ่มปรากฏเฉพาะบริเวณปลายนิ้วหรือด้านข้างของนิ้ว และมีอาการคันเด่นชัด อาจเกี่ยวข้องกับผื่นผิวหนังอักเสบบางชนิด แต่หากตุ่มเกิดเป็นกลุ่มและมีอาการเจ็บแสบ อาจจำเป็นต้องพิจารณาสาเหตุอื่นเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ควรสังเกตว่าผิวหนังบริเวณดังกล่าวมีรอยแดง บวม ลอก แตก หรือมีของเหลวไหลออกมาหรือไม่ อาการเหล่านี้อาจช่วยให้แพทย์ประเมินความรุนแรงและเลือกวิธีตรวจที่เหมาะสมได้

อีกประเด็นหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือระยะเวลาที่ตุ่มปรากฏขึ้น หากเกิดหลังจากเปลี่ยนสบู่ น้ำยาทำความสะอาด ถุงมือ หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อาจมีความสัมพันธ์กับสิ่งที่สัมผัส แต่หากตุ่มเกิดซ้ำบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเริ่มลุกลามไปยังบริเวณอื่น ก็ควรเข้ารับการประเมินเพิ่มเติม

การเห็นตุ่มน้ำใสเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคร้ายแรง และไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคใดโรคหนึ่งได้อย่างแน่นอน การดูแลที่เหมาะสมจึงเริ่มจากการทำความเข้าใจอาการ สังเกตความเปลี่ยนแปลง และหลีกเลี่ยงการบีบหรือเจาะตุ่มด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้ผิวหนังเสียหายและเพิ่มโอกาสเกิดการติดเชื้อได้

 สาเหตุที่อาจทำให้เกิดตุ่มน้ำใสบนผิวหนัง

Handekzem – erkennen, Ursachen & Hilfe (2026) – ectocare

ตุ่มน้ำใสที่นิ้วมืออาจเกิดจากหลายภาวะ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันในระยะแรก การทำความเข้าใจสาเหตุที่เป็นไปได้จะช่วยให้สังเกตอาการได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การยืนยันสาเหตุจำเป็นต้องอาศัยประวัติอาการและการตรวจผิวหนังตามความเหมาะสม

Dyshidrotic Eczema: PIctures, Symptoms and Causes

การสังเกตอาการร่วมเป็นส่วนสำคัญในการประเมินตุ่มน้ำใส เพราะผื่นที่ดูคล้ายกันอาจต้องใช้วิธีรักษาที่แตกต่างกัน การจดจำช่วงเวลาที่เริ่มเป็นและการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังสามารถช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น

ตุ่มคันมากและเกิดซ้ำบริเวณเดิม

หากตุ่มขนาดเล็กเกิดบริเวณด้านข้างนิ้วหรือฝ่ามือ พร้อมกับอาการคันที่ชัดเจน และมีช่วงที่ดีขึ้นก่อนกลับมาเป็นใหม่ อาจสัมพันธ์กับผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มน้ำใสได้ อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาปัจจัยกระตุ้น เช่น การสัมผัสน้ำยาทำความสะอาด การสวมถุงมือเป็นเวลานาน หรือการสัมผัสสารที่ทำให้ผิวระคายเคืองด้วย

การเกาตุ่มซ้ำ ๆ อาจทำให้ผิวหนังถลอก เกิดรอยแตก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ จึงควรหลีกเลี่ยงการเกาอย่างรุนแรง หากอาการคันรบกวนการนอนหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับแนวทางบรรเทาอาการที่เหมาะสม

Gentle Cleansers Kill Viruses as Effectively as Harsh Soaps - 

             - 
            PracticalDermatology

Terapi Türleri Arasındaki Farklar: CBT, EMDR, Psikodinamik ve Aile Terapisi | DoktorClub

หัวใจสำคัญคือไม่ควรบีบหรือเจาะตุ่มเอง และไม่ควรใช้ยาโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรกและเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและทำให้ได้รับการรักษาที่ตรงกับปัญหาผิวหนังมากขึ้น

 

ไม่เอาไว้ ปลด 2 สจ.ขาดประชุมสภา 5 ครั้งติด ลาเที่ยวไม่ขออนุญาต

0

ไม่เอาไว้ ปลด 2 สจ.ขาดประชุมสภา 5 ครั้งติด ลาเที่ยวไม่ขออนุญาต

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ลงนามวินิจฉัยให้ “สจ.เนย์” ปฐนัญ จันดอน สจ.อำเภอฆ้องชัย และ “สจ.เปรียว” ปฐมพงศ์ ภูเต้าเงิน สจ.อำเภอยางตลาด เขต 4 พ้นจากสมาชิกภาพ ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. 2569 หลังขาดประชุมสภา อบจ.กาฬสินธุ์ ติดต่อกัน 5 ครั้งโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผลสอบพบยื่นลากิจแต่ไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองระบุว่าเดินทางไป สปป.ลาว ก่อนกลับเข้าไทยเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569

ไม่เอาไว้ ปลด 2 สจ.ขาดประชุมสภา 5 ครั้งติด ลาเที่ยวไม่ขออนุญาต

ไม่เอาไว้ ปลด 2 สจ.ขาดประชุมสภา 5 ครั้งติด ลาเที่ยวไม่ขออนุญาต

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 มีรายงานจากศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ว่า นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงนามประกาศวินิจฉัยให้ นายปฐนัญ จันดอน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) อำเภอฆ้องชัย และนายปฐมพงศ์ ภูเต้าเงิน สจ.อำเภอยางตลาด เขตเลือกตั้งที่ 4 พ้นจากสมาชิกภาพ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป เนื่องจากขาดประชุมสภา อบจ.กาฬสินธุ์ ติดต่อกัน 5 ครั้ง

ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ ฟันฉับ! ปลด 2 สจ.คนดัง ขาดประชุมสภา 5 ครั้งติด  พ้นสมาชิกภาพ | Khaosod | LINE TODAY

กรณีดังกล่าวเริ่มจากประธานสภา อบจ.กาฬสินธุ์ รายงานว่า สจ.ทั้งสองรายขาดประชุมสภาสมัยสามัญ สมัยที่ 1 ประจำปี 2569 ติดต่อกัน 5 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 10, 17 และ 24 กุมภาพันธ์ รวมถึงวันที่ 4 และ 10 มีนาคม 2569 ซึ่งเข้าข่ายสิ้นสุดสมาชิกภาพตามมาตรา 11 (4) แห่งพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 ที่กำหนดกรณีสมาชิกขาดประชุมสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

ผลการสอบสวนพบว่า สจ.ทั้งสองรายยื่นใบลากิจส่วนตัวระหว่างวันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยอ้างว่าต้องไปทำภารกิจส่วนตัว แต่ประธานสภาไม่อนุญาต นอกจากนี้ ยังยื่นขอลาเดินทางไปต่างประเทศในช่วงเดียวกัน โดยไม่ได้ระบุเหตุผลและความจำเป็นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ข้อมูลจากกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ระบุว่า นายปฐนัญเดินทางออกนอกประเทศผ่านจังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ขณะที่นายปฐมพงศ์เดินทางออกเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 มุ่งหน้าไปยัง สปป.ลาว โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจ ก่อนทั้งสองจะเดินทางกลับเข้าประเทศไทยพร้อมกันเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ผ่านท่าอากาศยานดอนเมือง

ผู้ว่าราชการจังหวัดระบุว่า การเดินทางดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการลาของผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2547 และถือเป็นการจงใจหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

สำหรับคำชี้แจงของ สจ.ทั้งสองรายที่อ้างว่าไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ เนื่องจากศาลออกหมายจับนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาแล้วพบว่า การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากการประชุมสภาที่ทั้งคู่ขาดไปแล้ว อีกทั้งในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งสองยังอยู่ต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตลาอย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม ท้ายประกาศระบุว่า ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยสามารถยื่นฟ้องต่อศาลปกครองที่มีเขตอำนาจ หรือส่งคำฟ้องทางไปรษณีย์ลงทะเบียนได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัย ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

สำหรับการพ้นจากสมาชิกภาพครั้งนี้ มีความเชื่อมโยงกับกรณี “สจ.888” จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งตกเป็นข่าวเกี่ยวกับเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นและกลุ่มวัยรุ่นสร้างตัวที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์และขบวนการฟอกเงิน เช่น เว็บไซต์หวยออนไลน์ “Banhuay98” โดยคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินคดี

บุคคลที่ถูกกล่าวถึงในคดีประกอบด้วย “สจ.เนย์” หรือ นายปฐนัญ จันดอน สมาชิกสภา อบจ.กาฬสินธุ์ ซึ่งมีรายงานว่าเดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2569 พร้อมภรรยา และ “สจ.เปรียว” หรือ นายปฐมพงศ์ ภูเต้าเงิน สจ.อำเภอยางตลาด เขต 4 จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีรายงานว่าเดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2569

ก่อนหน้านี้ กระทรวงยุติธรรม ตำรวจไซเบอร์ (สอท.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างและรับโอนสำนวนคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ ขณะที่ภาคประชาชนและสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงเพจ CSI LA ได้ติดตามความคืบหน้าและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสถานะทางกฎหมาย ตลอดจนการดำเนินการเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของผู้เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์และการฟอกเงินเป็นประเด็นในกระบวนการดำเนินคดี ซึ่งต้องพิจารณาตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรมต่อไป

เอ้า พลิก “เจ้าอาวาส” ร่ำไห้สารภาพแล้วเรื่องสัมพันธ์สีกา 3 คน

0

เอ้า พลิก “เจ้าอาวาส” ร่ำไห้สารภาพแล้วเรื่องสัมพันธ์สีกา 3 คน

คืบหน้ากรณีฉาววงการผ้าเหลือง หลังโลกออนไลน์แฉเจ้าอาวาสวัดดัง คบสีกา 3 คน โดยเจ้าอาวาสวัดดังแห่งหนึ่งใน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ โดนแฉพัวพันความสัมพันธ์กับสีกา จนมีคลิปเสียงหญิงเข้าไปโวยวายถึงกุฏิถูกเผยแพร่และวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ก่อนที่คณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีมติให้เจ้าอาวาสลาสิกขาในช่วงออกพรรษา ล่าสุดเจ้าอาวาสร่ำไห้ ยอมรับแล้วว่ามีความสัมพันธ์กับสีกาจริง แต่ยืนยันว่ามีเพียง 1 คน ไม่ใช่ 3 คนตามกระแสข่าว พร้อมประกาศเตรียมลาสิกขาวันที่ 26 ตุลาคม 2569 นี้

เอ้า พลิก เจ้าอาวาส ร่ำไห้สารภาพแล้วเรื่องสัมพันธ์สีกา 3 คน

เอ้า พลิก เจ้าอาวาส ร่ำไห้สารภาพแล้วเรื่องสัมพันธ์สีกา 3 คน

เอ้า พลิก เจ้าอาวาส ร่ำไห้สารภาพแล้วเรื่องสัมพันธ์สีกา 3 คน

จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลกล่าวหาเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ว่าอาจมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวหลายคน โดยมีกระแสข่าวว่าคบหาสีกาซ้อนกันถึง 3 คน จนเกิดเหตุหญิงรายหนึ่งเข้าไปโวยวายถึงกุฏิ และมีคลิปเสียงการโต้เถียงถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวาง สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชาวบ้านและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 คณะสงฆ์อำเภอบ้านกรวด พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดบุรีรัมย์ ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านกรวด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและนิมนต์เจ้าอาวาสที่ถูกกล่าวหามาชี้แจง โดยใช้เวลาสอบถามและหารือประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนมีมติให้เจ้าอาวาสลาสิกขาในช่วงออกพรรษา เพื่อป้องกันผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของคณะสงฆ์และความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชน

เอ้า พลิก เจ้าอาวาส ร่ำไห้สารภาพแล้วเรื่องสัมพันธ์สีกา 3 คน

ก่อนหน้านี้ เจ้าอาวาสยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องคบหาสีกาซ้อน 3 คน พร้อมชี้แจงว่าคลิปเสียงดังกล่าวเกิดจากหญิงรายหนึ่งซึ่งเป็นโยมในพื้นที่ มีอาการมึนเมาและเข้ามาโวยวายภายในวัด เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกสอนธรรมะและตักเตือนอยู่บ่อยครั้ง โดยมองว่าอาจเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อหวังผลบางอย่าง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าอาวาสได้ยอมรับทั้งน้ำตาแล้วว่า มีความสัมพันธ์กับสีกาจริง แต่เป็นเพียง 1 คนเท่านั้น ไม่ใช่ 3 คนตามที่มีกระแสข่าว โดยระบุว่ามีการพูดคุยกับสีกาผ่านทางเฟซบุ๊ก และมองว่าเรื่องดังกล่าวยังไม่ถึงขั้นต้องอาบัติปาราชิกตามพระธรรมวินัย

ทั้งนี้ เจ้าอาวาสระบุว่า เพื่อความสบายใจของคณะศิษยานุศิษย์และญาติโยม รวมถึงรักษาชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของคณะสงฆ์ไม่ให้ได้รับผลกระทบไปมากกว่านี้ จึงตัดสินใจรับผิดชอบด้วยการลาสิกขาในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันออกพรรษา

ชาวบ้านขุดปูที่ทุ่งนา เอามาทำกับข้าว แต่สิ่งที่เจอถึงกับขนลุก

0
ชาวบ้านขุดปูที่ทุ่งนา เอามาทำกับข้าว แต่สิ่งที่เจอถึงกับขนลุก
กลายเป็นเรื่องราวที่เรียกความสนใจจากชาวเน็ตไม่น้อย เมื่อเฟซบุ๊กเพจ เด็กสร้างบ้าน เผยแพร่ภาพเหตุการณ์ขณะออกไปขุดปูนาในทุ่งนาหลังจากเกี่ยวข้าวเสร็จ โดยเจ้าของโพสต์ตั้งใจเพียงจะหาปูสักตัวกลับไปทำกับข้าวกิน แต่สิ่งที่พบระหว่างขุดดินกลับแตกต่างจากที่คาดไว้ เพราะแทนที่จะเจอปูนาเหมือนที่ตั้งใจ กลับพบสิ่งของล้ำค่าบางอย่างที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน จนทำให้เรื่องราวธรรมดาในทุ่งนากลายเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก
ขุดปูนา

ตามข้อมูลที่เผยแพร่ เพจดังกล่าวได้โพสต์ภาพลงในกลุ่มไอเดียโคกหนองนา พร้อมเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับการออกไปขุดปูหลังจากเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวข้าว ภาพที่นำมาเผยแพร่แสดงให้เห็นบรรยากาศของการขุดค้นในพื้นที่ทุ่งนา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่หลายคนในชนบทคุ้นเคยกันดี โดยเฉพาะในช่วงหลังเกี่ยวข้าว เมื่อพื้นที่นาเปิดโล่งและผู้คนสามารถออกไปหาสัตว์น้ำตามธรรมชาติเพื่อนำมาประกอบอาหารได้

สำหรับคนที่เติบโตมาในชนบท การขุดปูนาถือเป็นกิจกรรมที่เรียบง่ายและมีเสน่ห์ เพราะนอกจากจะได้วัตถุดิบสำหรับทำอาหารแล้ว ยังเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในท้องถิ่นอีกด้วย ปูนาที่อาศัยอยู่ตามคันนาและดินชื้นมักเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่นิยมนำมาปรุงอาหารหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเมนูพื้นบ้านหรืออาหารที่ต้องใช้ปูเป็นส่วนประกอบสำคัญ ด้วยเหตุนี้ การออกไปขุดปูหลังเกี่ยวข้าวจึงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับวิถีชีวิตแบบชาวนา

แต่สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ จุดประสงค์ของการออกไปขุดปูกลับกลายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ไม่คาดคิด เพราะระหว่างที่กำลังขุดดินเพื่อหาปู สิ่งที่พบกลับไม่ใช่สัตว์น้ำที่ต้องการ แต่เป็นสิ่งของที่ถูกฝังอยู่ใต้พื้นดินแทน รายละเอียดดังกล่าวทำให้ผู้ที่ได้เห็นโพสต์เกิดความสงสัยว่า สิ่งของที่พบคืออะไร มีที่มาอย่างไร และถูกนำมาฝังไว้ในบริเวณทุ่งนาตั้งแต่เมื่อใด

ขุดปูนา

ความน่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ตรงที่เจ้าของโพสต์ไม่ได้ออกไปค้นหาสมบัติหรือขุดหาของมีค่าโดยเฉพาะ แต่เริ่มต้นจากกิจกรรมธรรมดาในชีวิตประจำวันเท่านั้น เมื่อเจอสิ่งของที่ไม่คาดคิด เหตุการณ์จึงกลายเป็นเรื่องที่ชวนติดตามทันที เพราะไม่มีใครคาดเดาได้ล่วงหน้าว่าการขุดดินเพียงเพื่อหาปูจะนำไปสู่การค้นพบสิ่งอื่นที่แตกต่างออกไป

ขุดปูนา

ถ้อยคำดังกล่าวเป็นการแสดงความคิดเห็นในเชิงหยอกล้อและสร้างบรรยากาศชวนสงสัยในโลกออนไลน์ แต่ก็ทำให้หลายคนหันมาสนใจรายละเอียดของการค้นพบมากขึ้น เพราะเมื่อมีการพบสิ่งของที่ไม่ทราบที่มาอยู่ใต้ดิน คำถามที่ตามมามักเป็นเรื่องของเจ้าของเดิม เหตุผลที่สิ่งของนั้นถูกฝังไว้ และระยะเวลาที่มันอยู่ในบริเวณดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นของชาวเน็ตไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่ามีสิ่งใดอยู่ใต้ดินเพิ่มเติม หรือมีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการฝังสิ่งของนั้น จึงควรแยกความเห็นเชิงหยอกล้อออกจากข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ เพราะในโลกออนไลน์ เรื่องราวที่มีองค์ประกอบน่าพิศวงมักทำให้ผู้คนคิดต่อไปได้หลายทาง แม้ข้อมูลต้นทางจะยังมีเพียงรายละเอียดเบื้องต้นก็ตาม

สำหรับการพบสิ่งของที่อาจมีมูลค่าในพื้นที่ส่วนบุคคลหรือพื้นที่เกษตรกรรม สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบลักษณะของสิ่งของและที่มาอย่างรอบคอบ หากพบวัตถุที่ดูเก่าแก่หรืออาจมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ การขุดค้นเพิ่มเติมโดยไม่มีความรู้หรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมอาจทำให้วัตถุเสียหายได้ ในกรณีที่สิ่งของมีลักษณะผิดปกติหรือไม่ทราบว่าเป็นอะไร ควรหลีกเลี่ยงการจัดการอย่างรุนแรง และพิจารณาขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม

ขุดปูนา

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือสิทธิในที่ดินและการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน แม้จะพบสิ่งของอยู่ในบริเวณที่กำลังทำการเกษตร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสามารถสรุปได้ทันทีว่าสิ่งของนั้นมีเจ้าของเป็นใคร หรือผู้พบมีสิทธิครอบครองโดยอัตโนมัติ หากสิ่งของมีมูลค่าสูงหรืออาจเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของบุคคลอื่น การตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายย่อมเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่าการด่วนตัดสินใจจากการคาดเดา

ในส่วนของเรื่องราวที่เพจเด็กสร้างบ้านนำมาเผยแพร่ จุดที่ยืนยันได้จากข้อความต้นทางคือ ผู้โพสต์ออกไปขุดปูนาหลังเกี่ยวข้าวเสร็จ โดยตั้งใจจะนำปูกลับไปทำอาหาร แต่กลับพบสิ่งของที่ระบุว่าเป็นของล้ำค่าซึ่งถูกฝังอยู่ในดิน และมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้ลองขุดลึกลงไปอีกเพื่อหาเจ้าของ ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของสิ่งของ มูลค่าที่แท้จริง หรือที่มาของวัตถุนั้น ยังไม่ควรระบุเกินกว่าข้อมูลที่เผยแพร่ไว้