
วันที่ 7 พ.ค. 69 เมื่อเวลา 14.00 น. ร.ต.อ มานิตย์ ศิริเวช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สตึก รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านละกอ หมู่ที่ 6 ต.ดอนมนต์ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ว่ามีฟ้าผ่าชาวบ้านอยู่กลางไร่อ้อย คาดว่าน่าจะเสียชีวิต หลังรับแจ้ง จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมกู้ภัยวังกรูดสตึก และกู้ชีพเทศบาลตำบลดอนมนต์
ที่เกิดเหตุบริเวณไร่อ้อยท้ายหมู่บ้านละกอ หมู่ที่ 6 ต.ดอนมนต์ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ บริเวณใต้ต้นจะบก พบร่างของนายสุนทร แก่นนินทร อายุ 45 ปี ชาว ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ในสภาพนอนหงายหมดสติ บริเวณศีรษะเขียวคล้ำ มีรอยไหม้ และมีจอบวางข้างตัว เจ้าหน้าที่เร่งทำการ CPR ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลสตึก แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบถามนายใส จิมรัมย์ อายุ 67 ปี ชาวบ้านสำโรง ต.โนนขวาง อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ คนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าเจ้าของไร่อ้อย ได้ว่าจ้างให้ไปถางหญ้าในไร่อ้อยที่เกิดเหตุ จำนวน 17 ไร่ จะได้ค่าแรงคนละ 300 บาท จึงชวนนายสุนทร ซึ่งเป็นเขยในหมู่บ้าน เพราะทราบข่าวว่ากำลังเร่งหาเงินเพื่อไปซื้อชุดนักเรียนทั้งกางเกง,เสื้อและรองเท้า ให้กับลูกสาว อายุ 9 ขวบ ซึ่งเรียนอยู่ชั้น ป.4 เนื่องจากโรงเรียนใกล้จะเปิดเทอม

หลังจากกินข้าวเสร็จช่วงบ่าย ตนเห็นนายสุนทร ผู้เสียชีวิตกำลังจะเดินไปเอาจอบซึ่งวางอยู่ใกล้ต้นจะบก ตอนนั้นท้องฟ้าเหมือนฝนจะตก พวกตนกำลังจะห้ามไม่ให้นายสุนทร ซึ่งหยิบจอบว่ายังไม่ต้องออกไปเพราะฟ้าแรง แต่ร้องตะโกนห้ามไม่ทัน นายสุนทร หยิบจอบไปวางที่โค่นต้นจะบก ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น เห็นร่างของนายสุนทร ค่อยๆ ล้มลง ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเป็นจอบเพราะเป็นโลหะทำให้ฟ้าผ่าลงมา

ทางด้านนางเกียง ทองเกลี้ยง อายุ 60 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้าน เล่าว่า นายสุนทร ผู้เสียชีวิตมาเป็นเขยในหมู่บ้าน ได้ประมาณ 8 ปี เป็นคนขยันขันแข็ง รับจ้างทุกอย่างขอเพียงให้ได้เงินมาใช้จ่ายภายในครอบครัว
ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์ รายงาน