Home News “เก๋ไก๋” ร่ายยาวชี้แจง ปมได้รับมรดก 200 ล้านบาท จากคุณพ่อที่เสียชีวิต

“เก๋ไก๋” ร่ายยาวชี้แจง ปมได้รับมรดก 200 ล้านบาท จากคุณพ่อที่เสียชีวิต

171
0

“เก๋ไก๋” ร่ายยาวชี้แจง ปมได้รับมรดก 200 ล้านบาท จากคุณพ่อที่เสียชีวิต

เก๋ไก๋ ณัฐธิชา นามวงษ์ หรือ เก๋ไก๋สไลเดอร์ นักแสดงและยูทูบเบอร์สาว ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลว่าเธอได้รับเงินมรดกจำนวน 200 ล้านบาท จากการทำประกันชีวิตให้คุณพ่อที่เสียชีวิต โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง พร้อมขอความร่วมมือจากตัวแทนประกันที่เคยนำเรื่องราวของเธอและครอบครัวไปใช้ในการโฆษณาและส่งเสริมการขาย ให้ยุติการเผยแพร่ข้อมูลที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด

เก๋ไก๋จึงตัดสินใจโพสต์ข้อความชี้แจงผ่านพื้นที่ส่วนตัว เพื่ออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันชีวิตที่เธอเคยทำ รวมถึงเหตุผลที่ข่าวเรื่องการได้รับเงินประกัน 100-200 ล้านบาทหลังคุณพ่อเสียชีวิตนั้นไม่ถูกต้อง เธอต้องการให้ผู้ที่เคยเห็นข้อมูลดังกล่าวได้รับทราบข้อเท็จจริง และขอให้ผู้ที่นำเรื่องราวไปใช้ทางการตลาดหยุดเผยแพร่เนื้อหาที่คลาดเคลื่อน

เก๋ไก๋อธิบายว่า ในปี 2021 เธอได้ซื้อประกันชีวิตจริง ส่วนในปี 2023 เคยมีการเผยแพร่ภาพเกี่ยวกับการทำประกันมรดกเพื่อคนข้างหลัง เรื่องราวดังกล่าวถูกนำไปแชร์ต่อโดยผู้ที่ขออนุญาตเธอก่อน และเธอก็ตอบตกลงในเวลานั้น เพราะมองว่าเป็นการแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการวางแผนอนาคตและการเตรียมความพร้อมให้กับคนในครอบครัว

จุดที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดคือการนำเรื่องการทำประกันของเก๋ไก๋ไปเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของคุณพ่อ จนเกิดกระแสข่าวว่าเธอทำประกันชีวิตให้คุณพ่อและได้รับเงินจำนวน 200 ล้านบาทหลังจากคุณพ่อเสียชีวิต ทั้งที่ตามคำชี้แจงของเธอ กรมธรรม์ที่กล่าวถึงเป็นประกันชีวิตในนามของเธอเอง ไม่ใช่กรมธรรม์ที่เธอทำประกันชีวิตให้คุณพ่อ

เก๋ไก๋ยืนยันว่า เธอไม่ได้รับเงินประกันจำนวน 100-200 ล้านบาทตามที่มีการกล่าวอ้าง และข่าวที่ระบุว่าเธอได้รับเงินมรดกจำนวน 200 ล้านบาทจากการทำประกันให้คุณพ่อก็ไม่เป็นความจริง การออกมาชี้แจงครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการตอบคำถามเกี่ยวกับจำนวนเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นการอธิบายให้ชัดเจนว่ากรมธรรม์ที่เธอเคยทำมีลักษณะอย่างไร และข้อมูลที่ถูกนำไปใช้ประชาสัมพันธ์นั้นแตกต่างจากข้อเท็จจริงตรงจุดใดบ้าง

นอกจากการชี้แจงเรื่องกรมธรรม์และจำนวนเงินประกันแล้ว เก๋ไก๋ยังเปิดเผยถึงความรู้สึกไม่สบายใจที่เรื่องราวความสูญเสียของครอบครัวถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาด โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับการขายประกัน ทั้งที่รายละเอียดบางส่วนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เธอมองว่าการนำประสบการณ์ส่วนตัวของบุคคลอื่นไปใช้ในเชิงธุรกิจจำเป็นต้องคำนึงถึงความถูกต้องและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าของเรื่องด้วย

ท้ายที่สุด เก๋ไก๋ยืนยันอีกครั้งว่าเธอไม่ได้รับเงินประกันจำนวน 100-200 ล้านบาทตามที่มีการกล่าวอ้าง และกรมธรรม์ที่เธอทำเป็นประกันชีวิตในนามของตัวเอง โดยกำหนดให้สมาชิกในครอบครัวเป็นผู้รับผลประโยชน์หากเธอเสียชีวิต ไม่ใช่การทำประกันให้คุณพ่อแล้วได้รับเงินหลังคุณพ่อจากไป เธอต้องการให้ข้อเท็จจริงนี้ได้รับการรับทราบอย่างถูกต้อง และขอให้ทุกฝ่ายเคารพความสูญเสียของครอบครัว

ข้อความสำคัญที่เธอฝากไว้คือ ความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจไม่ควรสร้างขึ้นจากเรื่องราวที่ไม่เป็นความจริง แต่ควรเริ่มต้นจากความซื่อสัตย์ การตรวจสอบข้อมูล และความรับผิดชอบต่อผู้รับสาร เพราะไม่ว่าการขายจะเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ประเภทใด ความไว้วางใจของผู้บริโภคย่อมเกิดขึ้นได้เมื่อข้อมูลที่ได้รับมีความถูกต้อง โปร่งใส และไม่ใช้ความสูญเสียของผู้อื่นเป็นเครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here