ก่อนนอน ต่อให้ขี้เกียจแค่ไหนก็ต้อง ถอดปลั๊ก 5 เครื่องใช้ไฟฟ้านี้ ระวังปล่อยไว้จน นำภัยเข้
ก่อนเข้านอน หลายคนมักมีนิสัยปิดไฟ ล็อกประตู และตรวจดูว่าหน้าต่างปิดสนิทหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ แม้จะไม่ได้ใช้งานแล้วก็ตาม เพราะบางอุปกรณ์ยังคงมีไฟฟ้าไหลเข้าสู่วงจรบางส่วน แม้จะกดปิดเครื่องไปแล้วก็ตาม

โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มีระบบสแตนด์บาย อะแดปเตอร์ หรือส่วนประกอบที่ยังคงเชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟ การเสียบปลั๊กทิ้งไว้เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น และหากอุปกรณ์ สายไฟ หรือเต้ารับมีความผิดปกติ ความร้อนสะสม หรือเกิดความเสียหาย ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยได้
ดังนั้น ก่อนขึ้นเตียงจึงควรใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเดินตรวจห้องต่าง ๆ และดูว่าอุปกรณ์ใดไม่จำเป็นต้องเสียบปลั๊กค้างคืน หากสามารถถอดปลั๊กได้อย่างปลอดภัย ก็ควรจัดการให้เรียบร้อยก่อนนอน
แต่ไม่ใช่ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดจำเป็นต้องถอดปลั๊กทุกครั้ง เพราะอุปกรณ์บางประเภทต้องทำงานต่อเนื่องหรือมีระบบที่จำเป็นต้องจ่ายไฟอยู่เสมอ สิ่งสำคัญคือควรแยกให้ออกว่าอุปกรณ์ใด ไม่จำเป็นต้องเปิดทิ้งไว้ และอุปกรณ์ใดควรเสียบปลั๊กตามคำแนะนำของผู้ผลิต
หนึ่งในอุปกรณ์ที่ควรให้ความสนใจคือ เครื่องชาร์จและอะแดปเตอร์ที่ไม่ได้ใช้งาน หลายคนมีนิสัยเสียบหัวชาร์จโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์อื่นทิ้งไว้กับเต้ารับ แม้จะถอดอุปกรณ์ออกจากสายแล้วก็ตาม

เมื่อไม่ได้ชาร์จ อะแดปเตอร์บางชนิดยังคงใช้พลังงานเพียงเล็กน้อยในโหมดสแตนด์บาย แม้ปริมาณจะไม่มาก แต่หากมีอุปกรณ์จำนวนมากเสียบทิ้งไว้เป็นประจำ ก็อาจกลายเป็นการใช้ไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น
ที่สำคัญกว่าการประหยัดไฟคือ สภาพของอุปกรณ์และสายไฟ หากพบว่าหัวชาร์จมีรอยแตก สายไฟฉีกขาด หลวม ร้อนผิดปกติ หรือมีรอยไหม้ ไม่ควรใช้งานต่อเพียงเพราะยังชาร์จได้
ก่อนนอน หากไม่ได้ต้องชาร์จอุปกรณ์ใดอยู่ ก็สามารถถอดหัวชาร์จออกจากเต้ารับได้ และควรเก็บสายให้เป็นระเบียบ ไม่วางทับด้วยผ้าหรือสิ่งของที่อาจกักความร้อน
อีกอุปกรณ์ที่หลายบ้านอาจมองข้ามคือ ปลั๊กพ่วง โดยเฉพาะปลั๊กพ่วงที่มีอุปกรณ์หลายชิ้นเสียบอยู่พร้อมกัน หากไม่ได้ใช้งานในช่วงกลางคืน การปิดสวิตช์หรือถอดปลั๊กตามความเหมาะสมจะช่วยลดการจ่ายไฟให้อุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นได้
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรถอดหรือเปิด-ปิดปลั๊กพ่วงด้วยมือเปียก และไม่ควรใช้ปลั๊กพ่วงที่มีร่องรอยไหม้ แตก หรือหลวม
อีกกลุ่มหนึ่งที่ควรตรวจสอบก่อนเข้านอนคือ อุปกรณ์ให้ความร้อนและเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น เตารีด เครื่องหนีบผม เครื่องม้วนผม หรืออุปกรณ์ที่มีแผ่นทำความร้อน
อุปกรณ์ประเภทนี้แตกต่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป เพราะสามารถสร้างอุณหภูมิสูงขณะทำงาน หากใช้งานเสร็จแล้วแต่ลืมปิดหรือถอดปลั๊ก และอุปกรณ์ยังคงร้อนอยู่ ก็อาจสร้างความเสียหายหากสัมผัสกับวัสดุที่ติดไฟได้
โดยเฉพาะในช่วงก่อนนอน หลายคนอาจรีบจัดการกิจวัตรต่าง ๆ แล้วลืมตรวจสอบอุปกรณ์ที่เพิ่งใช้งานไป การสร้างนิสัยว่า “ใช้เสร็จ ปิดเครื่อง ถอดปลั๊ก และปล่อยให้เย็นในจุดที่ปลอดภัย” จึงเป็นวิธีง่าย ๆ ในการลดความเสี่ยง
นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบ กาต้มน้ำไฟฟ้า เครื่องชงกาแฟ หรืออุปกรณ์ทำความร้อนบางชนิด ว่ารุ่นนั้นออกแบบมาให้ตัดไฟอัตโนมัติหรือไม่ และควรปฏิบัติตามคู่มือของผู้ผลิตเป็นหลัก
ไม่ควรนำผ้าห่ม เสื้อผ้า กระดาษ หรือวัสดุไวไฟมาวางใกล้อุปกรณ์ที่ยังร้อน และไม่ควรพยายามใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสายไฟชำรุดหรือมีกลิ่นไหม้
เพียงใช้เวลาไม่กี่นาทีตรวจสอบก่อนเข้านอน ก็ช่วยลดโอกาสเกิดเหตุไม่คาดคิดจากอุปกรณ์ที่ถูกลืมเปิดหรือเสียบปลั๊กค้างไว้ได้
สำหรับ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีระบบทำความร้อน มอเตอร์ หรือกำลังไฟสูง ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะการใช้งานผิดวิธีหรือปล่อยให้อุปกรณ์ทำงานโดยไม่มีคนดูแลอาจเพิ่มความเสี่ยงได้







