คำสอนของคนโบราณที่ให้ยกพื้นบ้านสูงหนีน้…

คำสอนของคนโบราณที่ให้ยกพื้นบ้านสูงหนีน้ำ เพิ่งเห็นภาพชัดก็วันนี้… เมื่อพนังกั้นน้ำที่สรรพยาแตกพ่ายในพริบตา ส่ง 750 ครัวเรือนท้ายเขื่อนเป็นผู้ประสบภัยในชั่วข้ามคืน ชีวิตจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่าในหนัง
วันที่ 3 ต.ค. พนังกั้นน้ำที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท แตกพ่าย หลังเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลบ.ม./วินาที ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง แรงดันน้ำมหาศาลได้ทะลวงพนังจนพังทลายลงในพริบตา ส่งผลให้มวลน้ำก้อนยักษ์ทะลักเข้าท่วม 4 ตำบลท้ายเขื่อนอย่างฉับพลัน บีบให้ชาวบ้านกว่า 750 ครอบครัวต้องทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังและอพยพหนีตายทันที กลายเป็นผู้ประสบภัยในชั่วข้ามคืน
ภาพสะท้อนความจริงอันโหดร้ายคือชาวบ้านต้องมาสร้างเพิงพักอาศัยชั่วคราวริมถนนคลองชัยนาท-สิงห์บุรีสายเก่า บางจุดจมบาดาลลึก 1-2 เมตรจนต้องใช้เรือเป็นพาหนะเดียวเท่านั้น ขณะที่การดิ้นรนใน อ.เสนา อยุธยา ก็หนักหนาสาหัสไม่ต่างกัน หลายครอบครัวจำใจต้องรื้อพื้นบ้าน หนุนเสาให้สูงขึ้นอีก 1.5 เมตรจนหัวแทบจะชนหลังคา ยอมทนอยู่ในบ้านที่ร้อนอบอ้าว เพียงเพื่อแลกกับที่ซุกหัวนอน เสียงสะท้อนจากพวกเขาคือความหวังให้รัฐเข้ามาช่วยยกพื้นบ้านถาวร เพื่อตัดวงจรพื้นที่รับน้ำและความเดือดร้อนซ้ำซาก
วิกฤตครั้งนี้ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด เมื่อกรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฉบับที่ 5 ชี้ชะตาช่วง 4-7 ต.ค. ว่ามวลอากาศเย็นจากจีนจะปะทะอากาศร้อน ก่อให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากซ้ำเติมทั่วประเทศตั้งแต่เหนือจรดใต้ สถานการณ์ยิ่งน่ากังวลเมื่อเขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำเกินความจุไปแล้วที่ 102% ขณะที่มวลน้ำเหนือลูกใหม่กำลังจ่อคิวมาถึงกรุงเทพฯ ภายใน 1-2 วันนี้ ใครที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ต้องเตรียมพร้อมรับมือขั้นสูงสุดและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
![]()






