Home Blog Page 10

พ่อแม่เริ่มมี 4 สัญญาณนี้หรือไม่? ผู้เชี่ยวชาญเผยอาการที่ครอบครัวไม่ควรมองข้าม

0

พ่อแม่เริ่มมี 4 สัญญาณนี้หรือไม่? ผู้เชี่ยวชาญเผยอาการที่ครอบครัวไม่ควรมองข้าม

https://images.openai.com/static-rsc-4/AiKPP27S-ZL7erTTo6TKjTa6iH61yn---8wz4O2P1y9EHPIwIbqxatWex8ri4uoegNENwlCcznUeOAah3lqZ9NbMP5GBdBol4ClZaWjJeWnUjAwRyOKAYtJ-aprZ_LfQAwq-sfoO3lOjt-_SnrtMhHdpxsfxqe_hjUGIDHO0x4nzlF4rRbfupWl_vabKu9Oh?purpose=fullsize

https://images.openai.com/static-rsc-4/jqcYZ9xM6ulgoNVAzNOX4OK7YoJfzWffT_UCFJOjA-7gXIdsYoevGEGnsWraLmwl4NCxD7dfripNpiDLJ6LWyqag11QW6UihQLzASe4s1cNlr3dbehFUIulpnFnwtwo5mF2e99tKH5F0N1Nx95qqQeHb5Hr26dkxfDtoUSfIXISSTfqiHgF4IllVwRZGTdsJ?purpose=fullsize

https://images.openai.com/static-rsc-4/bnH3KOX1P6G9SFl5hcuoBwGClprMXemBVw3zH-mSFO6tZMb5hUHhsWVX-8cIzilTS3Mu30hpJsDW3OzxeycoxRfuUJBWJZ2oDJTNQ_blcyC8VE6fW_Mq-iJs1rwAbAq48e8Bq0u7ibD46PJAeB1Xb1KlfAgTRliBJusKl56O4zn5cMqkJ8VXfWuNmhl-oruN?purpose=fullsize

7

หลายคนเชื่อว่าการจากไปของผู้สูงอายุเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ในความเป็นจริง ร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าหลายวัน หลายสัปดาห์ หรือบางครั้งนานกว่านั้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคเรื้อรังหรืออยู่ในช่วงปลายของชีวิต

ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงอายุระบุว่า มีอาการบางอย่างที่สมาชิกในครอบครัวควรให้ความสำคัญ เพราะอาจสะท้อนว่าร่างกายกำลังเข้าสู่ภาวะอ่อนแรงอย่างมาก แม้อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะเสียชีวิตในทันที แต่ก็เป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

1. นอนมากผิดปกติและไม่ค่อยตอบสนอง

เมื่อร่างกายเริ่มใช้พลังงานน้อยลง ผู้สูงอายุอาจนอนหลับนานขึ้น ตื่นยาก หรือดูเหมือนไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบตัวเหมือนเดิม บางคนอาจพูดคุยน้อยลง ตอบคำถามช้าลง หรือไม่อยากทำกิจกรรมที่เคยชอบ

อาการดังกล่าวอาจเกิดจากการที่ระบบต่าง ๆ ของร่างกายเริ่มทำงานช้าลง และต้องการพักผ่อนมากกว่าปกติ หากพบว่าผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุที่แท้จริง

2. รับประทานอาหารและดื่มน้ำน้อยลง

อีกหนึ่งสัญญาณที่พบได้บ่อยคือ ความอยากอาหารลดลง ผู้สูงอายุอาจกินได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หรือปฏิเสธอาหารบางชนิดที่เคยชอบ

ในบางกรณี ระบบย่อยอาหารเริ่มทำงานช้าลง ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว คลื่นไส้ หรือไม่ต้องการอาหารมากเหมือนเดิม ครอบครัวไม่ควรบังคับให้กินมากเกินไป แต่ควรดูแลเรื่องการได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสม และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว

https://images.openai.com/static-rsc-4/ynze-a4saMexKucjjsF34xwnLom6V29he9wqoMN3qdXhz6DSznTPq0sgDfHA6bFe0AIZXveOSSoBTJFchZ-rvuyX2b9RCwPZOt7AguoyDx043Iwm5tw47trUaypLPsuk792BkLHBCKLPHCCOKJCKnRA10HjzLLmTcUa2W8hpRtaOoigtiAPOkf37IRm75ToH?purpose=fullsize

https://images.openai.com/static-rsc-4/Tpi0QK1j0m5xYrTKcMV5opaF2FO0MGQ-hRLRkjwlc7ybYXb7vUNd-Cps1x1Aikl-VtkO5hoLwyy0p5sM96LAYaJjJE_9DsNDagGhTtLD9D27Lbt8G8UxlZ--ZV5en58zJJ1V6rGs_uFm5ALZiYq5rufDZPoJ1hgrNuHUTpfWggJCPNywMYxZCF5izoBvlUkM?purpose=fullsize

https://images.openai.com/static-rsc-4/oU3xp1AsaJTGqYCdNgOHYC3kpAK8OiW0srSehR7IHM5WYpWf2AkEVaWSqJzvbAIJzQ73zehPgoCV_hEdtuBCxYMi8a6UbLt_Rtaulmuse8XvwzXlncYhvqxnK6cdLh8iN7A4LskEkwhQIr5rDsheo7PLkUcJVKlSmk3IIUwa532FQzrlU_BeEW5mHTHYxgpF?purpose=fullsize

7
3. หายใจเปลี่ยนแปลงหรือเหนื่อยง่าย
การหายใจที่ผิดปกติ เช่น หายใจช้าลง เร็วขึ้นเป็นช่วง ๆ หรือมีเสียงครืดคราด อาจเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคปอด หรือมีภาวะร่างกายอ่อนแรงมาก

หากสังเกตว่าผู้สูงอายุเหนื่อยง่ายกว่าปกติ เดินเพียงเล็กน้อยก็หอบ หรือมีอาการแน่นหน้าอก ควรรีบเข้ารับการตรวจจากแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการรักษา

4. มือ เท้า หรือผิวหนังเริ่มเปลี่ยนแปลง
เมื่อการไหลเวียนของเลือดลดลง มือและเท้าอาจเย็นกว่าปกติ ผิวหนังอาจซีด คล้ำ หรือมีสีม่วงเป็นบางจุด โดยเฉพาะบริเวณปลายแขนและปลายขา

แม้อาการเหล่านี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ แต่หากเกิดร่วมกับความอ่อนเพลียอย่างมาก การรับประทานอาหารลดลง และการตอบสนองที่ช้าลง ก็ควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์

https://images.openai.com/static-rsc-4/Vp-UfK0_PHTu9ETeV6gNf9Ly3KSd0cGsV2Z9CZLBewxRd2KV-YAAo1PsFpguqJfnOHlu8iH8q15WyjoWkdc0fHDI2OI6geA9xLYCB_XDQlIXT1t-_NWBO6A7r1HF1IoJH7sDNck2s-wJM5CGfHaPoE5GKJshCG5z3zp8WPwlkGQm-BKADMXlG2hnnxUUEXe5?purpose=fullsize

https://images.openai.com/static-rsc-4/YbzaXHC6tnd_7uivbBxTKDwK3431zrmoR4sDO42V0HkCHyn2cfV2K_Wee1r30WA1p_rK4L3QJpFaPRjcyui3pq8pIwL4NHDqt42JwobmWeT8oKE99sO0UQBB3jv2woRwAthZyUOoXEBm9R-DrkD4nSzg2fDIKY6FyLdYZZCWqwas9QIyGMyZ9I5jcNY__vBL?purpose=fullsize

https://images.openai.com/static-rsc-4/4EkTYrBAztwaOGLL43_FNywAz2drA66q-aknCGu9uFMG1AZrw_SKpG3N42rkT7HMBtbld2-vruC2gcdZD0i64i3f8O3KiIMT4XLJwPq7Sa4QDLIkWKmHba6I8t1rUWXWiAqpVknAG73PPJltUoGQGYiXiSUZHgYUMsWuoDJg3ZHj2JWAZOLqZcxS2zeRfcTu?purpose=fullsize

8

สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลด้วยความเข้าใจ

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า อาการเหล่านี้ไม่ใช่เครื่องยืนยันว่าผู้สูงอายุจะจากไปในเวลาอันใกล้ แต่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายอาจกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ การสังเกตอย่างใกล้ชิด การพาไปพบแพทย์เมื่อจำเป็น และการให้กำลังใจทางจิตใจ ล้วนเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมาก

สำหรับหลายครอบครัว ช่วงเวลาที่ได้อยู่ร่วมกัน พูดคุย แสดงความรัก และดูแลกันอย่างเต็มที่ อาจเป็นของขวัญที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตก็ตาม

ผักไทยตัวนี้คือ “ตัวฆ่.าน้ำตาล” ของจริง! เบาหวานกลัวที่สุด นักวิจัยญี่ปุ่นยกย่องสรรพคุณ

0

ผักไทยตัวนี้คือ “ตัวฆ่.าน้ำตาล” ของจริง! เบาหวานกลัวที่สุด นักวิจัยญี่ปุ่นยกย่องสรรพคุณ

“ผักบุ้ง” เป็นผักพื้นบ้านที่คนไทยคุ้นเคยกันดี มีทั้งผักบุ้งจีนและผักบุ้งไทย นิยมนำมาผัด ลวก แกง หรือกินคู่กับอาหารหลากหลายเมนู แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ผักสีเขียวชนิดนี้ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อยเท่านั้น

ผักบุ้งยังอุดมไปด้วยใยอาหาร วิตามิน และสารอาหารหลายชนิด จึงเป็นผักที่มักถูกพูดถึงในกลุ่มคนที่ต้องการดูแลระดับน้ำตาลในเลือด

อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่า ผักบุ้งไม่ใช่ยา และไม่สามารถรักษาโรคเบาหวานหรือ “ฆ่าน้ำตาล” ได้โดยตรง แต่การรับประทานผักเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุล อาจช่วยสนับสนุนการควบคุมระดับน้ำตาลได้

Loại rau có mùi như sầu riêng, đứng xa cả mét vẫn hôi lại là ...

1. มีใยอาหาร ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล

หนึ่งในข้อดีของผักใบเขียวคือมีใยอาหาร ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบย่อยอาหาร

การรับประทานอาหารที่มีใยอาหารอย่างเหมาะสม อาจช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารไม่พุ่งสูงเร็วเกินไป

สำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือระดับน้ำตาล การเพิ่มผักใบเขียวลงในมื้ออาหารจึงเป็นทางเลือกที่ดี

2. แคลอรีไม่สูง อิ่มท้องได้นานขึ้น

ผักบุ้งเป็นผักที่ให้พลังงานไม่สูง เมื่อรับประทานร่วมกับแหล่งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตในปริมาณเหมาะสม อาจช่วยให้มื้ออาหารมีความสมดุลมากขึ้น

หลายคนที่พยายามควบคุมระดับน้ำตาลมักมีปัญหาเรื่องหิวบ่อยและกินจุกจิก การเพิ่มผักในมื้ออาหารอาจช่วยเพิ่มปริมาณอาหารบนจานโดยไม่เพิ่มพลังงานมากเกินไป

3. อุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารสำคัญ

ผักบุ้งมีสารอาหารหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระบางชนิด

สารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยสนับสนุนสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะเมื่อรับประทานผักหลากหลายชนิดเป็นประจำ

จึงไม่ควรกินผักเพียงชนิดเดียวแล้วหวังผลเรื่องสุขภาพทั้งหมด แต่ควรสลับผักหลายสี หลายชนิด เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลาย

9 Easy Samphire Recipes | olivemagazine

4. ช่วยให้มื้ออาหารดีต่อสุขภาพมากขึ้น

สิ่งสำคัญสำหรับคนที่กังวลเรื่องน้ำตาลในเลือด ไม่ใช่แค่ “กินผักอะไร” แต่คือ กินอย่างไร

แม้ผักบุ้งจะมีประโยชน์ แต่หากนำไปผัดด้วยน้ำมันจำนวนมาก เติมน้ำตาลเยอะ หรือกินคู่กับอาหารหวานจัด ก็อาจไม่ได้ช่วยให้การควบคุมระดับน้ำตาลดีขึ้น

วิธีรับประทานที่ควรเลือก ผักบุ้งลวก ผัดผักบุ้งน้ำมันน้อย แกงผักบุ้งที่ไม่หวานจัด กินคู่กับโปรตีน เช่น ปลา ไข่ หรือเนื้อไม่ติดมัน ลดการเติมน้ำตาลและซอสปรุงรสหวาน ผู้ป่วยเบาหวานควรจำไว้ว่า…

แม้ผักใบเขียวจะเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ ไม่มีผักชนิดใดสามารถรักษาโรคเบาหวานได้เพียงลำพัง

การควบคุมระดับน้ำตาลที่ดีควรทำควบคู่กันหลายด้าน ได้แก่

✅ รับประทานอาหารอย่างสมดุล✅ ลดเครื่องดื่มและอาหารที่มีน้ำตาลสูง✅ ควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตให้เหมาะสม

✅ รับประทานผักและใยอาหารให้เพียงพอ✅ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ✅ รับประทานยาตามแพทย์สั่ง✅ ตรวจติดตามระดับน้ำตาลอย่างเหมาะสม

สรุป

ผักบุ้งอาจไม่ใช่ “ตัวฆ่าน้ำตาล” อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นผักใบเขียวที่มีใยอาหารและสารอาหาร มีประโยชน์ต่อการจัดมื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพ

หากกินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการดูแลอาหารทั้งวันและการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ ผักไทยธรรมดา ๆ จานนี้ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีในการดูแลสุขภาพได้

อย่ารอให้ป่วยแล้วค่อยหันมากินผัก เพราะการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด คือเริ่มเลือกอาหารดี ๆ ตั้งแต่วันนี้!

แย่แล้ว ไม่รอด! กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 3 เตือนฝนฟ้าคะนอง เปิดรายชื่อจังหวัดสีแดง โดนหนักสุด

0

แย่แล้ว ไม่รอด! กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 3 เตือนฝนฟ้าคะนอง เปิดรายชื่อจังหวัดสีแดง โดนหนักสุด

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรม อุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4-7 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 3 (237/2569)

ในช่วงวันที่ 4-7 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ตามช่วงเวลาดังนี้

– ในวันที่ 4 ต.ค. 69 บริเวณภาคเหนือตอนบนและด้านตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

– ในช่วงวันที่ 5-6 ต.ค. 69 บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลง

– ในวันที่ 7 ต.ค. 69 ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง รวมทั้งภาคใต้ สำหรับภาคอื่น ๆ มีฝนลดลง

ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงปลายฤดูฝนบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น บริเวณฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรตรวจสอบเส้นทางและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 8-12 ต.ค. 69 บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดในระยะนี้

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น.

ถ้าคุณมักจะปวดฉี่ทุกครั้งเวลาอาบน้ำ นั่นอาจหมายความว่า…

0

ถ้าคุณมักจะปวดฉี่ทุกครั้งเวลาอาบน้ำ นั่นอาจหมายความว่า…

ทำไมหลายคนถึงปวดฉี่ทันทีเวลาอาบน้ำ? ผู้เชี่ยวชาญเผย สาเหตุที่เกี่ยวข้อง ทั้งร่างกายและสมอง จนหลายคนอ่านแล้วถึงกับร้อง “จริงมาก!” หลายคนต้องเคยเป็นแบบนี้…

ก่อนอาบน้ำก็ยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอเปิดฝักบัว น้ำไหลโดนตัวปุ๊บ กลับรู้สึก “อยากเข้าห้องน้ำ” ขึ้นมาทันที บางคนถึงขั้นปัสสาวะระหว่างอาบน้ำเป็นประจำ จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แม้หลายคนจะเขินที่จะพูดถึง แต่ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นกับคน จํานวนมาก

และจริงๆ แล้วเกี่ยวข้องกับทั้ง “สมอง” และ “การตอบสนองของ ร่างกาย” เสียงน้ำและอุณหภูมิ มีผลต่อสมองโดยตรง ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า เสียงน้ำไหลหรือความรู้สึกตอนน้ำสัมผัสร่างกาย สามารถกระตุ้นสมองให้เชื่อมโยงกับการขับถ่ายได้ คล้ายกับเวลาบางคนได้ยินเสียงน้ำแล้วรู้สึกปวดฉี่ทันที

เพราะสมองเริ่มจดจำว่า “ถึงเวลาปล่อยออก” โดยเฉพาะคนที่เคยทำแบบนี้บ่อยๆ ร่างกายจะยิ่งเกิดความเคยชินแบบ อัตโนมัติ อากาศอุ่นยังทำให้ร่างกายผ่อนคลาย เวลาร่างกายโดนน้ำอุ่น กล้ามเนื้อจะคลายตัว รวมถึงกล้ามเนื้อกระเพาะ ปัสสาวะด้วย จึงทำให้บางคนรู้สึกปวดปัสสาวะง่ายขึ้นระหว่างอาบน้ำ

ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า นี่เป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายในหลายคน แต่ก็มีเรื่องที่ควรระวังเช่นกัน เพราะหากร่างกายเริ่ม “ติดเงื่อนไข” ว่าต้องได้ยินเสียงน้ำถึงจะปัสสาวะได้ อาจทำให้บางคนเกิดปัญหากลั้นปัสสาวะยาก หรือปวดปัสสาวะบ่อยขึ้นใน อนาคตได้ โดยเฉพาะผู้หญิง ที่ระบบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานไวต่อการจดจำพฤติกรรม มากกว่าที่หลายคนคิด นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า แม้ปัสสาวะจะไม่ได้สกปรกมากในคน สุขภาพดี

แต่การปัสสาวะในห้องอาบน้ำเป็นประจำ อาจทำให้เกิดกลิ่นสะสมหรือแบคทีเรียในบางจุดได้ หากทําความสะอาดไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้ถือว่า “ผิดปกติ” หากไม่ได้เกิดร่วมกับอาการอื่น เช่น ปวดปัสสาวะตลอดเวลา แสบขณะปัสสาวะ กลั้นไม่อยู่ หรือปัสสาวะบ่อยผิดปกติทั้งวัน เพราะอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะ และควรพบแพทย์ หลายคนหลังอ่านเรื่องนี้ ต่างพูดเหมือนกันว่า “นึกว่าเป็นอยู่คนเดียวมาตลอด”

ทั่วโลกฮือฮา หลังพบผักชนิดหนึ่งมีฤทธิ์ต้านม.ะ.เ.ร็.งสูงกว่ายาเฉพาะทางหลายร้อยเท่า

0

ทั่วโลกฮือฮา หลังพบผักชนิดหนึ่งมีฤทธิ์ต้านม.ะ.เ.ร็.งสูงกว่ายาเฉพาะทางหลายร้อยเท่า

ทั่วโลกฮือฮา หลังพบผักชนิดหนึ่งมีฤทธิ์ต้านม.ะ.เ.ร็.งสูงกว่ายาเฉพาะทางหลายร้อยเท่า

ผักดังกล่าวคือผักใบเขียวขนาดเล็ก เติบโตง่าย พบได้ในหลายประเทศแถบเอเชีย และมักถูกนำมาปรุงอาหารพื้นบ้าน เช่น ผัด ลวก หรือต้มจิ้มน้ำพริก แม้หน้าตาจะดูธรรมดา แต่ภายในกลับอัดแน่นไปด้วยสารอาหารและสารสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์กำลังให้ความสนใจอย่างมาก

จากรายงานการศึกษาพบว่า ผักชนิดนี้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง รวมถึงสารฟลาโวนอยด์และสารโพลีฟีนอล ที่มีบทบาทสำคัญในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ลดการอักเสบ และช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยผลการทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่า สารสกัดจากผักชนิดนี้สามารถลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งได้อย่างชัดเจน

นักวิจัยยังระบุเพิ่มเติมว่า จุดเด่นของผักชนิดนี้คือ “ความเป็นธรรมชาติและปลอดภัย” เมื่อเทียบกับยาเฉพาะทางบางชนิดที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย เช่น อาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ผักชนิดนี้กลับสามารถบริโภคได้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการย้ำว่า แม้งานวิจัยจะให้ผลที่น่าสนใจ แต่ยังไม่ควรตีความว่าผักชนิดนี้สามารถรักษามะเร็งได้โดยตรง การรับประทานผักเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพ และไม่ควรหยุดการรักษาทางการแพทย์โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ในแง่โภชนาการ ผักชนิดนี้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม และใยอาหาร ซึ่งช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย บำรุงสายตา และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจหรือเบาหวาน

สำหรับวิธีรับประทาน แนะนำให้ปรุงแบบสุกพอประมาณ เช่น ผัดเร็ว ๆ หรือ ลวก เพื่อคงคุณค่าสารอาหารไว้ให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการปรุงที่ใช้ความร้อนสูงเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้สารสำคัญบางชนิดสูญเสียไป

ระวังหนี้ท่วมหัว! 4 ปีนักษัตรที่ไม่เหมาะปลูก “ต้นกวักมรกต”

0

ระวังหนี้ท่วมหัว! 4 ปีนักษัตรที่ไม่เหมาะปลูก “ต้นกวักมรกต”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ต้นกวักมรกต” ได้กลายเป็นต้นไม้ยอดนิยมที่หลายคนเชื่อว่าสามารถเสริมโชคลาภ เงินทอง และความมั่งคั่งให้กับผู้ปลูกได้ ด้วยลักษณะใบสีเขียวเข้มเงางามและความทนทาน ทำให้หลายบ้านเลือกนำมาตกแต่งทั้งภายในและภายนอกบ้าน อย่างไรก็ตาม ตามความเชื่อด้านฮวงจุ้ยและโหราศาสตร์จีน บางปีนักษัตรอาจไม่เหมาะกับการปลูกต้นกวักมรกต เพราะอาจทำให้พลังงานทางการเงินติดขัด จนเกิดปัญหาหนี้สินหรือความกดดันด้านการเงินโดยไม่รู้ตัว

ปีนักษัตรแรกที่ควรระวังคือ ปีมะเส็ง (งู) ผู้ที่เกิดปีนี้มักมีลักษณะเป็นคนคิดเร็ว ทำเร็ว และชอบตัดสินใจเรื่องการเงินอย่างฉับไว หากนำต้นกวักมรกตมาปลูกไว้ในบ้าน อาจทำให้พลังงานของธาตุไม้ไปกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายเกินตัว บางครั้งอาจตัดสินใจลงทุนหรือใช้เงินโดยไม่วางแผน จนเสี่ยงต่อการเกิดหนี้สินสะสมได้ง่าย ดังนั้นผู้ที่เกิดปีมะเส็งควรระมัดระวัง และหากต้องการปลูกต้นไม้ ควรเลือกชนิดที่ให้พลังงานสมดุลมากกว่า

ปีนักษัตรที่สองคือ ปีขาล (เสือ) คนปีขาลมีนิสัยกล้าหาญ ชอบความท้าทาย และมักไม่กลัวความเสี่ยงในเรื่องการเงิน เมื่อพลังของต้นกวักมรกตซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการดึงดูดเงินทองเข้ามาอยู่ในบ้าน อาจทำให้เจ้าของบ้านมีความทะเยอทะยานมากขึ้น จนเกิดการลงทุนหรือขยายธุรกิจโดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงมากพอ ส่งผลให้เงินหมุนไม่ทันและกลายเป็นภาระหนี้สินในภายหลัง

ปีนักษัตรที่สามคือ ปีวอก (ลิง) ผู้ที่เกิดปีวอกมักมีไหวพริบดี ฉลาด และมีความสามารถในการหาเงิน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีความอยากลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ การปลูกต้นกวักมรกตอาจกระตุ้นพลังของการเคลื่อนไหวทางการเงินมากเกินไป ทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินอย่างรวดเร็ว ทั้งรายรับและรายจ่าย ซึ่งหากบริหารจัดการไม่ดี ก็อาจนำไปสู่ปัญหาหนี้สินโดยไม่ตั้งใจ

ปีนักษัตรสุดท้ายคือ ปีกุน (หมู) คนปีกุนมักเป็นคนใจดี ใจกว้าง และพร้อมช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ นิสัยเช่นนี้ทำให้บางครั้งไม่ทันระวังเรื่องการเงิน เมื่อปลูกต้นกวักมรกตซึ่งมีความเชื่อว่าเรียกทรัพย์ อาจทำให้มีคนเข้ามาขอยืมเงินหรือขอความช่วยเหลือมากขึ้น หากเจ้าของบ้านปฏิเสธไม่เป็น ก็อาจทำให้เงินไหลออกมากกว่าที่ควร และสุดท้ายกลายเป็นภาระทางการเงินได้

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยและปีนักษัตรเป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการเสริมพลังชีวิตเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ การใช้จ่ายอย่างมีสติ และการบริหารรายรับรายจ่ายให้สมดุล หากสามารถทำได้ แม้จะปลูกต้นกวักมรกตหรือไม่ก็ตาม ก็ยังสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินและความสบายใจในชีวิตได้อย่างแท้จริง

Edit”ระวังหนี้ท่วมหัว! 4 ปีนักษัตรที่ไม่เหมาะปลูก “ต้นกวักมรกต”..” Related Posts

ทักษิณ ยื่นฟ้องศาลภาษี หลังสรรพากรตามยึดทรัพย์ซ้ำซ้อนภาษีอีก 1.5 หมื่นล้าน!! September 17, 2026

ปัสสาวะบ่อยหลังดื่มน้ำ แปลว่า “ไตดีหรือไตพัง?” ไขข้อข้องใจ เรื่องที่หลายคนยังสับสน! September 16, 2026

ควรระวัง! ร่างกายมีอาการคัน 2 ส่วนนี้ อาจเป็นสัญญาณของ “มะเร็งตับ” ไม่ใช่อาการแพ้ September 16, 2026

ด่วน! กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฉบับที่ 1 อากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก เปิดพื้นที่โดนก่อน

0

ด่วน! กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฉบับที่ 1 อากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก เปิดพื้นที่โดนก่อน

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4-7 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 1 (235/2569)

ในช่วงวันที่ 4-7 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ตามช่วงเวลาดังนี้

– ในวันที่ 4 ต.ค. 69: บริเวณภาคเหนือตอนบนและด้านตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

– ในช่วงวันที่ 5-6 ต.ค. 69: บริเวณภาคเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลง

– ในวันที่ 7 ต.ค. 69: ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง รวมทั้งภาคใต้ สำหรับภาคอื่นๆ มีฝนลดลง

ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงปลายฤดูฝนบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น บริเวณฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรตรวจสอบเส้นทางและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 8-12 ต.ค. 69 บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดในระยะนี้

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น.

 

แม่เจอสิ่งนี้ในลิ้นชักของพ่อ มันคือสิ่งที่ฉันกลัวอยู่หรือเปล่า?

0

เมื่อเปิดลิ้นชักเก่าแล้วพบอุปกรณ์โลหะรูปร่างแปลกตา หลายคนอาจอดสงสัยไม่ได้ว่า สิ่งของชิ้นนี้คืออะไร และมีไว้ใช้ทำอะไร

ภาพของอุปกรณ์โลหะเก่า ๆ ชิ้นหนึ่งกำลังได้รับความสนใจ เพราะรูปร่างของมันแตกต่างจากเครื่องมือทั่วไปอย่างมาก ตัวอุปกรณ์ทำจากโลหะ มีส่วนโค้งคล้ายแผ่นรอง และมีลวดโลหะยาวพร้อมห่วงอยู่ทั้งสองด้าน เมื่อมองผ่าน ๆ อาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์หรือของใช้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน่ากลัวบางอย่าง

แต่ก่อนที่จะด่วนสรุปจากรูปลักษณ์ สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณารูปทรงและโครงสร้างของอุปกรณ์อย่างละเอียด เพราะเครื่องมือโลหะในอดีตจำนวนไม่น้อยถูกออกแบบให้มีรูปร่างเฉพาะสำหรับงานบางประเภท และบางชิ้นก็ไม่ได้ถูกใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป

รูปร่างแปลกตาจนหลายคนจำไม่ได้ว่าใช้ทำอะไร
จุดที่สะดุดตามากที่สุดคือส่วนโลหะโค้งตรงกลาง ซึ่งประกบกับโครงโลหะด้านล่าง ขณะที่ด้านข้างมีลวดเส้นเล็กยาวและห่วงสำหรับจับหรือเกี่ยว

โครงสร้างลักษณะนี้ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานได้หลายอย่าง แต่การระบุชื่อหรือหน้าที่ของอุปกรณ์จากภาพเพียงภาพเดียวอาจทำได้ยาก เพราะเครื่องมือเก่าหลายชนิดมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกัน และอาจมีการผลิตหลายรุ่นหลายรูปแบบ

ดังนั้น หากพบของลักษณะนี้ในลิ้นชักเก่า ก็ไม่ควรรีบสรุปว่าเป็นอุปกรณ์อันตรายเพียงเพราะรูปร่างดูผิดแปลกจากของใช้ทั่วไป

 

 

เครื่องมือเก่าอาจมีหน้าที่เฉพาะที่คนยุคนี้ไม่คุ้นเคย
ในอดีต เครื่องมือโลหะจำนวนมากถูกออกแบบโดยเน้นการใช้งานมากกว่ารูปลักษณ์ จึงอาจประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายส่วน ทั้งแผ่นโลหะ สปริง ลวด หรือห่วงสำหรับควบคุมตำแหน่ง

โดยเฉพาะเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับงานช่าง งานแพทย์ หรือการใช้งานเฉพาะทาง มักมีรูปทรงที่คนทั่วไปในปัจจุบันแทบไม่เคยเห็น

อุปกรณ์ที่พบในภาพจึงอาจเป็นเครื่องมือเฉพาะทางจากยุคก่อน แต่หากไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ยี่ห้อ รุ่น ขนาด หรือภาพจากหลายมุม ก็ยังไม่ควรยืนยันว่าเป็นเครื่องมือประเภทใดโดยเฉพาะ

Giải thích kí tự dấu chấm hỏi trong ô vuông trên iPhone

 

ทำไมของเก่าชิ้นหนึ่งถึงทำให้คนเข้าใจผิดได้ง่าย?

สาเหตุสำคัญคือการออกแบบของเครื่องมือในอดีตแตกต่างจากผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ หลายชิ้นไม่มีพลาสติกหรือชิ้นส่วนสีสันสดใส แต่ใช้โลหะเป็นวัสดุหลัก ทำให้เมื่อผ่านการใช้งานเป็นเวลานาน ผิวโลหะอาจหมองคล้ำและมีร่องรอยการใช้งาน

เมื่อประกอบกับรูปร่างที่ซับซ้อน จึงทำให้คนที่ไม่เคยเห็นเครื่องมือชนิดนั้นมาก่อนจินตนาการไปได้หลายแบบ

หากเจอของลักษณะนี้ ควรทำอย่างไร?
สิ่งที่ดีที่สุดคือ อย่าเพิ่งนำไปใช้งานหรือทดลองกับร่างกาย หากไม่ทราบแน่ชัดว่าอุปกรณ์นั้นมีไว้ทำอะไร

ควรถ่ายภาพให้เห็นอุปกรณ์จากหลายมุม สังเกตตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ที่อาจสลักอยู่บนโลหะ และหาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือหรือผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือเก่า

เพราะเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกไม่เพียงพอที่จะบอกหน้าที่ของเครื่องมือได้อย่างถูกต้อง

ดังนั้น หากแม่เปิดลิ้นชักของพ่อแล้วพบโลหะรูปร่างประหลาดแบบนี้ ก็อย่าเพิ่งตกใจ สิ่งที่ดูน่ากลัวอาจเป็นเพียงเครื่องมือเฉพาะทางจากอดีตที่คนยุคใหม่ไม่คุ้นตาเท่านั้น

หมอเจด เตือน ผัก 5 อย่างไม่ควรกินสด ระวังพยาธิขึ้นตา เสี่ยงตาบอด

0

วันที่ 1 มีนาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก หมอเจด ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ผัก 5 อย่างไม่ควรกินสด ระวังพยาธิขึ้นตา เสี่ยงตาบอด!

เชื่อว่าเราเคยเรียนมา หรือคงจะเคยได้ยินมาแหละ ต้องกินผัก griktผักมีประโยชน์กันร่างกาย การกินผักนี่ดีต่อสุขภาพก็จริ ง แต่ก็มีเรื่องที่ต้องระวังด้วย ผักสดบางอย่างอาจมีพยาธิติดมาด้วยแบบไม่รู้ตัว ถ้าล้างไม่สะอาด หรือบางทีเราก็ไม่เห็น

ไม่ได้ห้ามกินนะครับ แต่ต้องระวังให้มากขึ้น เดี๋ยวมาดูกันว่าผักอะไรเสี่ยงสุด และต้องล้างยังไงให้มั่นใจว่ากินได้แบบปลอดภัย

ก่อนจะอ่านจนจบลองคอมเมนต์เดาหน่อยว่าคิดว่าอะไรเยอะที่สุดนะครับ ห้ามแอบดูก่อนนะ

ผักสดที่เสี่ยงมีพยาธิเยอะที่สุด จากการศึกษาของ Punsawad C ซึ่งเก็บตัวอย่างผักจากตลาดในนครศรีธรรมราช พบว่ามี 5 ชนิดที่เสี่ยงพยาธิ เรียงจากน้อยไปมากนะ

ผักชีฝรั่ง พบพยาธิ 11%

ใบบัวบก พบพยาธิ 12%

ต้นหอม พบพยาธิ 13%

ผักชีไทย พบพยาธิ 13%

ขึ้นฉ่ายฝรั่ง พบพยาธิ 63.3% อันนี้ต้องระวังเลยนะ ผักบางอย่างเราก็ไม่คิดว่าพยาธิเยอะโดยเฉพาะขึ้นฉ่ายฝรั่ง ตัวนี้แชมป์เรื่องพยาธิเพราะก้านมีร่องลึก ดินเข้าไปฝังตัวแน่น บางทีแหล่งปลูกก็ใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ เลยกลายเป็นแหล่งสะสมของพยาธิไปโดยปริยาย

พยาธิที่พบในผัก และมันทำอะไรกับเราได้บ้าง? พยาธิที่พบในผักสดมันส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติ ตั้งแต่อาการเล็กน้อย เช่น ท้องเสีย ไปจนถึงปัญหาร้ายแรง เช่น ภาวะขาดสารอาหาร หรือการติดเชื้อภายในลำไส้ พยาธิพวกนี้ส่วนใหญ่จะพบในพื้นที่ที่มีการใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ โดยไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง ซึ่งอาจทำให้ไข่พยาธิปนเปื้อนลงสู่ดินและน้ำได้ง่าย พยาธิแต่ละชนิดก็ส่งผลแตกต่างกัน มาดูกันว่ามีตัวไหนบ้าง และมันแย่กับร่างกายเรายังไงบ้าง

พยาธิปากขอ (Hookworm) ตัวนี้ดูดเลือดจากลำไส้ ทำให้โลหิตจาง อ่อนเพลีย และขาดธาตุเหล็กได้

พยาธิเส้นด้าย (Threadworm) ตัวนี้ชอบออกมาแถว ๆ ทวารหนักตอนกลางคืน ทำให้คัน และถ้าไม่รักษา อาจแพร่กระจายไปทั่วบ้านได้

พยาธิแส้ม้า (Whipworm) ทำให้ท้องเสียเรื้อรัง ลำไส้อักเสบ และถ้าหนัก ๆ อาจทำให้ขาดสารอาหาร

พยาธิไส้เดือน (Ascaris) ตัวใหญ่และยาวสุด อาจทำให้แน่นท้อง ปวดท้องหนัก และบางครั้งพยาธิอาจเคลื่อนที่ไปถึงปอด ทำให้ไอเรื้อรังได้

พยาธิไส้เดือนสุนัข (Toxocara canis) อันตรายมาก โดยเฉพาะถ้าไข่พยาธิเข้าไปในตา อาจทำให้ตาบอดได้เลยนะ

Iพยาธิพวกนี้เข้าสู่ร่างกายได้ยังไงบ้าง?

กินผักที่ล้างไม่สะอาด ถ้ามีไข่พยาธิหรือดินปนเปื้อนมากับผัก แล้วเรากินเข้าไปโดยไม่ล้างดี ๆ ก็เสี่ยงรับพยาธิเข้าท้องเต็ม ๆ

มือสกปรกแล้วไปหยิบอาหารเข้าปาก ถ้าจับผักที่ยังไม่ได้ล้าง แล้วไม่ล้างมือก่อนกินข้าว โอกาสพยาธิเข้าร่างกายก็เพิ่มขึ้น

อุปกรณ์ครัวปนเปื้อน มีด เขียง จาน หรือภาชนะที่ใช้สัมผัสกับผักที่มีพยาธิ แล้วไม่ล้างให้สะอาดก่อนใช้งานต่อ ก็ทำให้เราติดพยาธิได้


ล้างผักยังไงให้สะอาด ปลอดภัยจากพยาธิ? เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการล้าผักนะ ทำง่าย ๆ ตามนี้เลยนะครับ

1.ล้างผักด้วยน้ำไหล ขยี้ใบ ถูเบา ๆ ให้ดินและสิ่งสกปรกออกให้หมด

2.แช่ในน้ำเกลือหรือน้ำส้มสายชู

ใช้ เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ หรือ น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 4 ลิตร

แช่ไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง

3.ใช้แปรงขัดผักที่มีร่องลึก เช่น ขึ้นฉ่ายฝรั่งหรือต้นหอม เพราะสิ่งสกปรกติดอยู่เยอะ

4.ลวก หรือต้มก่อนกิน ถ้าผักชนิดนั้นไม่จำเป็นต้องกินดิบ แนะนำให้ลวก หรือต้มก่อน ช่วยฆ่าพยาธิได้แน่นอน

กินผักสดยังไงให้มั่นใจว่าปลอดภัย?

ถ้าอยากกินผักสดให้ปลอดภัย ทำตามนี้เลยนะ

เลือกซื้อผักจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หลีกเลี่ยงผักที่ดูสกปรก หรือปลูกในที่ที่ไม่มั่นใจเรื่องความสะอาด

ล้างมือให้สะอาดก่อน-หลังสัมผัสผัก ป้องกันการแพร่กระจายของพยาธิ

ล้างอุปกรณ์ครัวหลังใช้ โดยเฉพาะเขียงและมีดที่ใช้หั่นผัก ควรล้างให้สะอาดก่อนนำไปใช้กับอาหารอื่น

เลี่ยงการกินผักดิบถ้าไม่มั่นใจเรื่องความสะอาด บางชนิดล้างออกยาก ถ้าไม่มั่นใจ แนะนำให้ทำให้สุกก่อน

แม้ว่าผักสดจะดีต่อสุขภาพ แต่ถ้าไม่ล้างให้ดี พยาธิก็อาจเข้าร่างกายได้ แนะนำว่าล้างให้สะอาดก่อนกิน เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะเลยนะ การแช่ผักในน้ำเกลือ หรือน้ำส้มสายชู เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดการปนเปื้อนของพยาธิและแบคทีเรียได้ดี ทุกบ้านน่าจะมีทั้ง 2 อย่างติดบ้านอยู่แล้วนะ ย้ำอีกรอบนะ ผักสดกินได้ แต่ต้องระวังให้มากขึ้น เอาวิธีด้านบนไปใช้นะครับจะได้กินผักแบบสบายใจ ใครมีคำถามคอมเมนต์ได้เลยนะครับ

Hello world!

0

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!