
ถึงว่าชาวเน็ตให้กำลังใจสนั่น รู้แล้ว ตชด. ประจำการอยู่ที่ฐานไหน ล่าสุด “เอก สายไหมต้องรอด” คุยกับพ่อผู้ก่อเหตุแล้ว ถึงกับส่งทนายช่วย
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง กรณีวินจักรยานยนต์รับจ้างเสียชีวิตจากเหตุถูกตำรวจตระเวนชายแดนใช้อาวุธปืนยิง ล่าสุดครอบครัวได้เดินทางเข้ารับศพเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา ขณะที่ญาติยังคงติดใจหลายประเด็นของคดี พร้อมเรียกร้องให้สังคมรับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย เนื่องจากครอบครัวคือผู้ที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียโดยตรง

ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ครอบครัวของวินจักรยานยนต์รับจ้างที่เสียชีวิตจากเหตุถูกตำรวจสังกัดตระเวนชายแดนใช้อาวุธปืนยิง ได้เดินทางมาติดต่อขอรับศพเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดกุนนทีรุทธาราม (วัดห้วยขวาง) โดยกำหนดสวดอภิธรรมเป็นเวลา 5 คืน และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายนนี้
ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงเวลาประมาณ 19:00 น. พ่อได้ซื้ออาหารมาให้รับประทานตามปกติ ขณะที่ตนเองนั่งดูโทรทัศน์อยู่ภายในบ้าน ทุกอย่างดูเป็นปกติ ไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น กระทั่งในช่วงดึก มีเพื่อนบ้านโทรศัพท์มาว่าจ้างให้พ่อออกไปซื้อยา ก่อนจะเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจดังกล่าว
นอกจากนี้ ลูกสาวยังเล่าย้อนว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 3 วัน พ่อได้โพสต์ภาพของตนลงบนเฟซบุ๊ก พร้อมใส่เพลงที่สื่อถึงความรักและข้อความบอกรัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน จนทำให้รู้สึกแปลกใจ และเชื่อว่าอาจเป็นลางสังหรณ์บางอย่าง
ด้านหลานสาวและพี่สะใภ้ของผู้เสียชีวิต ยอมรับว่ารู้สึกไม่สบายใจกับกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการให้กำลังใจผู้ต้องหา รวมถึงมีการระดมเงินช่วยเหลือ โดยมองว่าหลายคนอาจยังไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดของเหตุการณ์

ญาติระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นฝ่ายถูกด่าทอและถูกกระทำก่อน จึงเชื่อว่าหากเป็นใครก็คงยากจะอดทนได้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการรุมทำร้ายร่างกายอาจเป็นชนวนสำคัญที่นำไปสู่เหตุการณ์บานปลาย แต่ในฐานะที่ผู้ก่อเหตุเป็นข้าราชการตำรวจ ไม่ควรตอบโต้ด้วยความโกรธแค้นจนถึงขั้นใช้อาวุธปืนยิงจำนวนมากถึง 17 นัด
ครอบครัวยังมองว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ และหากมีการอ้างเรื่องอาการป่วยทางจิตเวช ก็ไม่ควรได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่พร้อมพกพาอาวุธปืน ขณะเดียวกันยังตั้งข้อสังเกตว่า ภายหลังเกิดเหตุ เหตุใดจึงไม่มีการตรวจปัสสาวะผู้ต้องหา
ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตเคยถูกร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งการเล่นการพนัน การดื่มสุรา หรือมีรอยสักจำนวนมากนั้น ครอบครัวเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ควรถูกนำมาใช้ตัดสินคดี

ญาติยังระบุด้วยว่า ในวันเกิดเหตุ เพื่อนวินจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าไปร่วมทำร้ายร่างกาย มีเพียง 2-3 คนเท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับเหตุชุลมุน
แม้จะสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป แต่ครอบครัวไม่ต้องการให้เกิดการจองเวรจองกรรมต่อกัน โดยกล่าวว่า หากผู้เสียชีวิตรับรู้ได้ ก็คงอยากให้ทุกฝ่ายปล่อยวาง และขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี พร้อมยอมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้น
ล่าสุด เอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอกภพ สายไหม ผู้ก่อตั้งสายไหมต้องรอด ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ผมคุยกับคุณพ่อน้อง ตชด. แล้วครับ เดี๋ยวผมส่งทนายไปช่วย ถีบหน้าอกเขาจนล้มยังจะวิ่งไปซ้ำ เป็นผมโดนรุมข่มเหงแบบนั้น ผมมี ป ผมก็ยิงครับ”
ก่อนจะระบุอีกว่า “น้องเป็น ตชด. ประจำการอยู่ที่ฐานชายแดนไทย-เขมร จ. สุรินทร์ (สังกัด กก.ตชด.21 ตั้งอยู่ จ.สุรินทร์ ) ครับ คอยปกป้องแผ่นดินไทย”
