Home News แพทย์เตือน! เติมสิ่งนี้ลงในกาแฟทุกวัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพหัวใจโดยไม่รู้ตัว

แพทย์เตือน! เติมสิ่งนี้ลงในกาแฟทุกวัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพหัวใจโดยไม่รู้ตัว

2
0

แพทย์เตือน! เติมสิ่งนี้ลงในกาแฟทุกวัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพหัวใจโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่เติมลงในกาแฟ อาจสำคัญกว่าที่หลายคนคิด

Uống cà phê mỗi ngày nhưng vẫn mệt mỏi: 5 sai lầm phổ biến đang âm thầm hại cơ thể

สำหรับหลายคน กาแฟหนึ่งแก้วเป็นสิ่งแรกที่ต้องมีในตอนเช้า บางคนชอบกาแฟดำที่มีกลิ่นหอมและรสขมตามธรรมชาติ ขณะที่บางคนชอบรสหวานมันจากนมข้นหวาน ครีมเทียม น้ำตาล หรือไซรัปแต่งกลิ่น การเลือกดื่มแบบใดไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอันตรายต่อหัวใจโดยอัตโนมัติ แต่ปริมาณและชนิดของส่วนผสมอาจทำให้คุณค่าทางโภชนาการของกาแฟแต่ละแก้วแตกต่างกันอย่างมาก

สิ่งที่ควรใส่ใจเป็นอันดับแรกคือ น้ำตาลที่เติมเพิ่ม เพราะน้ำตาลอาจซ่อนอยู่ในส่วนผสมหลายชนิด ไม่ใช่เฉพาะน้ำตาลทรายที่ตักใส่แก้วเท่านั้น เครื่องดื่มกาแฟที่ใส่นมข้นหวาน ไซรัปแต่งกลิ่น ซอสช็อกโกแลต หรือวิปครีม อาจมีน้ำตาลและพลังงานสูงกว่ากาแฟดำอย่างชัดเจน หากดื่มเป็นครั้งคราวก็แตกต่างจากการดื่มเครื่องดื่มหวานจัดหลายแก้วทุกวัน

ข้อมูลจากสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) ระบุว่า การบริโภคน้ำตาลเติมเพิ่มมากเกินไปสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพหลายประการ รวมถึงน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และอาจส่งผลต่อระดับไตรกลีเซอไรด์กับความดันโลหิตได้ในบางบริบท การดื่มเครื่องดื่มหวานเป็นประจำจึงเป็นพฤติกรรมหนึ่งที่ควรพิจารณาเมื่อดูแลสุขภาพหัวใจ

ส่วนผสมอีกประเภทที่ควรสังเกตคือครีมและส่วนผสมที่มีไขมันอิ่มตัวสูง หากเติมในปริมาณมากเป็นประจำ อาจทำให้ได้รับพลังงานและไขมันอิ่มตัวเพิ่มขึ้น ไขมันอิ่มตัวมีความเกี่ยวข้องกับระดับคอเลสเตอรอลชนิด LDL ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด การปรับสูตรกาแฟให้มีครีมหรือน้ำตาลน้อยลงจึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดสารอาหารส่วนเกินจากเครื่องดื่มได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเหมารวมว่านมทุกชนิดหรือการเติมนมเล็กน้อยเป็นสิ่งอันตราย เพราะนมแต่ละชนิดมีองค์ประกอบแตกต่างกัน ทั้งนมไขมันต่ำ นมเต็มมันเนย และเครื่องดื่มจากพืชชนิดต่าง ๆ การเลือกขึ้นอยู่กับความต้องการทางโภชนาการ ภาวะสุขภาพ และปริมาณที่ดื่มจริง

ในอีกด้านหนึ่ง กาแฟดำที่ไม่เติมน้ำตาลหรือครีมเป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานต่ำ และงานศึกษาหลายชิ้นพบความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มกาแฟในระดับปานกลางกับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ไม่เพิ่มขึ้นในผู้ใหญ่ทั่วไป สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริการายงานในปี 2569 ว่า สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ การได้รับคาเฟอีนไม่เกินประมาณ 400 มิลลิกรัมต่อวันจากกาแฟที่ไม่เติมน้ำตาลหรือส่วนผสมอื่น โดยทั่วไปไม่ได้สัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ปริมาณคาเฟอีนจริงแตกต่างกันตามชนิดเมล็ด วิธีชง และขนาดแก้ว

คาเฟอีนกับหัวใจ ดื่มมากแค่ไหนจึงควรระวัง?

Close-ups of Hands using smart watches, Cheerful Asian man using smart watches in coffee shop, Technology in use concepts

นอกจากส่วนผสมที่เติมลงในกาแฟแล้ว คาเฟอีนก็เป็นอีกประเด็นที่ควรใส่ใจ คาเฟอีนเป็นสารที่ช่วยให้รู้สึกตื่นตัว ลดความง่วง และเพิ่มความสามารถในการจดจ่อชั่วคราว แต่การตอบสนองต่อคาเฟอีนแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนดื่มกาแฟหนึ่งแก้วแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ขณะที่บางคนอาจเกิดอาการใจสั่น มือสั่น กระสับกระส่าย หรือหลับยาก แม้จะดื่มในปริมาณไม่มากก็ตาม

คาเฟอีนอาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นชั่วคราว โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่ค่อยดื่มกาแฟหรือมีความไวต่อสารนี้ ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงและควบคุมได้ยากจึงควรสังเกตว่าการดื่มกาแฟมีผลต่อค่าความดันหรืออาการของตนเองหรือไม่ และปรึกษาแพทย์หากไม่แน่ใจ ไม่ควรสรุปจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว เพราะความดันโลหิตอาจเปลี่ยนแปลงตามความเครียด การนอนหลับ การออกกำลังกาย และปัจจัยอื่นได้ด้วย

สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาอ้างอิงว่าปริมาณคาเฟอีนไม่เกินประมาณ 400 มิลลิกรัมต่อวันโดยทั่วไปไม่สัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขนี้ไม่ใช่เป้าหมายที่ทุกคนต้องดื่มให้ถึง และไม่ใช่ขีดจำกัดที่เหมาะสมกับทุกคน เพราะกาแฟแต่ละแก้วมีคาเฟอีนต่างกันตามขนาด ชนิดเมล็ด และวิธีชง

สิ่งที่ควรระวังคือการได้รับคาเฟอีนจากหลายแหล่งในวันเดียวกัน เช่น กาแฟหลายแก้ว ชา เครื่องดื่มชูกำลัง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิด หากดื่มกาแฟตอนเช้าแล้วตามด้วยเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงบ่ายและเย็น ปริมาณรวมอาจมากกว่าที่คิด นอกจากนี้ เครื่องดื่มชูกำลังบางชนิดมีคาเฟอีนเข้มข้น จึงไม่ควรนำปริมาณคาเฟอีนในกาแฟทั่วไปไปเทียบกับเครื่องดื่มเหล่านี้โดยตรง

อีกปัจจัยที่มักถูกมองข้ามคือการนอนหลับ หากดื่มกาแฟช่วงบ่ายหรือเย็นแล้วทำให้หลับยาก การพักผ่อนไม่เพียงพออาจส่งผลต่อความดันโลหิต อารมณ์ และพฤติกรรมสุขภาพในวันถัดไป ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีนอาจลองเลื่อนการดื่มให้เร็วขึ้น ลดจำนวนแก้ว หรือเลือกกาแฟที่มีคาเฟอีนน้อยลงตามความเหมาะสม

หากมีอาการใจสั่นบ่อย ควรสังเกตว่ามักเกิดหลังดื่มกาแฟหรือไม่ และมีอาการร่วม เช่น เจ็บหน้าอก เวียนศีรษะ หรือหายใจลำบากหรือเปล่า หากมีอาการรุนแรงหรือเกิดขึ้นฉับพลัน ควรรับการประเมินทางการแพทย์ ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพียงผลจากคาเฟอีนโดยไม่ตรวจหาสาเหตุอื่น

ใครบ้างที่ควรระวังการดื่มกาแฟเป็นพิเศษ?

'Elderly Health Check-up' The Preparations Before Retirement

แม้ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่จะสามารถดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสมได้ แต่บางคนอาจไวต่อคาเฟอีนหรือมีโรคประจำตัวที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ การปรับปริมาณกาแฟจึงควรพิจารณาจากสุขภาพและอาการจริง ไม่ใช่ใช้จำนวนแก้วเดียวกันกับทุกคน

กลุ่มแรกคือผู้ที่มี ความดันโลหิตสูงและควบคุมได้ยาก คาเฟอีนอาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นชั่วคราวในบางคน ผู้ที่มีความดันสูงจึงควรติดตามค่าความดันตามคำแนะนำของแพทย์ และสังเกตว่าการดื่มกาแฟสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของความดันหรืออาการผิดปกติหรือไม่ หากยังควบคุมความดันไม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องปริมาณคาเฟอีนที่เหมาะสม ไม่ควรหยุดยาความดันเองเพียงเพราะลดการดื่มกาแฟ

กลุ่มที่สองคือผู้ที่มีอาการใจสั่นหรือได้รับการวินิจฉัยว่ามีความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ บางคนอาจสังเกตว่าดื่มกาแฟแล้วหัวใจเต้นเร็ว รู้สึกกระสับกระส่าย หรือเกิดอาการไม่สบายตัว หากเป็นเช่นนี้ ควรลดปริมาณหรือทดลองหลีกเลี่ยงคาเฟอีนตามคำแนะนำจากแพทย์ แต่ไม่ควรสรุปว่าคาเฟอีนเป็นสาเหตุของอาการทั้งหมดโดยไม่ตรวจประเมิน

กลุ่มที่สามคือผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับ คาเฟอีนอาจทำให้หลับยากหรือคุณภาพการนอนลดลง โดยเฉพาะเมื่อดื่มช่วงบ่ายหรือเย็น ผู้ที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะหลับ หรือมักตื่นกลางดึก อาจลองดื่มกาแฟเฉพาะช่วงเช้า ลดปริมาณ หรือเลือกกาแฟที่มีคาเฟอีนต่ำลง การนอนหลับที่เพียงพอเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพโดยรวม และช่วยสนับสนุนการควบคุมพฤติกรรมสุขภาพอื่น ๆ ด้วย

กลุ่มที่สี่คือผู้ที่เป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือมีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด คนกลุ่มนี้ควรสนใจทั้งคาเฟอีนและส่วนผสมที่เติมลงในเครื่องดื่ม หากกาแฟหวานจัดเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรทุกวัน การลดน้ำตาลอาจช่วยลดพลังงานส่วนเกินได้ ส่วนผู้ที่มี LDL สูงควรพิจารณาปริมาณไขมันอิ่มตัวจากครีมและส่วนผสมอื่นร่วมกับอาหารทั้งหมด

แพทย์เตือน!! ดื่มกาแฟใส่ "สิ่งนี้" ระวังแก้วโปรดเปลียนเป็นพิษ "ทำลายหั.วใ.จ"  ทรุดไม่รู้ตัว...ดูเพิ่มเติม..

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here