ประมงบ้านพยูน ฝ่าคลื่นสูง 2-3 เมตร หนีเข้าฝั่ง วอนพยากรณ์ให้แม่น

ระยอง (22 ตุลาคม 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศอันระทึกขวัญบริเวณชายทะเลบ้านพยูน ตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2569 โดยมีสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) ตำบลบ้านฉาง นักท่องเที่ยว และกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านบ้านพยูน จำนวนมากมารวมตัวกันด้วยความลุ้นระทึกและคอยส่งเสียงเชียร์เอาใจช่วย นายวิสุทธิ์ อายุ 50 ปี ชาวประมงพื้นบ้านที่กำลังขับเรือไฟเบอร์ขนาดเล็กความยาว 13.5 ฟุต ฝ่าคลื่นลมมรสุมและกระแสน้ำหนุนสูง พยายามนำเรือกลับเข้าสู่ฝั่งด้วยความยากลำบาก ท่ามกลางกระแสคลื่นลมที่ซัดโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง
นายวิสุทธิ์ เล่าว่า ก่อนตัดสินใจนำเรือออกไปหาปลาในทะเล ได้ทำการตรวจสอบสภาพอากาศและรายงานพยากรณ์อากาศเบื้องต้นแล้ว ซึ่งระบุว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถออกเรือไปทำประมงได้ แต่เมื่อออกเดินทางไปถึงจุดหมายที่อยู่ห่างจากชายฝั่งออกไปประมาณ 15 กิโลเมตร สภาพอากาศกลับพลิกผันแปรปรวนอย่างรวดเร็ว เกิดฝนฟ้าคะนองหนักและมีคลื่นลมแรงจัด โดยมีความสูงของคลื่นเกือบ 2-3 เมตร ซัดเข้าใส่เรืออย่างต่อเนื่อง จนตนต้องตัดสินใจยกเลิกภารกิจและรีบหันหัวเรือเดินทางกลับเข้าฝั่งทันที


ทว่าการเดินทางกลับเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากคลื่นลมและกระแสน้ำหนุนในบริเวณร่องน้ำชายฝั่งมีความรุนแรงและเชี่ยวกรากเป็นอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถนำเรือฝ่าคลื่นเข้าเทียบฝั่งได้ในทันที นายวิสุทธิ์ต้องใช้ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญคอยสังเกตการณ์จังหวะร่องคลื่น และประคับประคองเรือไฟเบอร์ขนาดเล็กให้อยู่ตัว ท่ามกลางกระแสคลื่นซัดสาดอยู่นานหลายชั่วโมง จนกระทั่งสบโอกาสและสามารถนำเรือเข้าเทียบฝั่งได้อย่างปลอดภัย สร้างความโล่งอกโล่งใจให้ชาวบ้านที่มายืนลุ้นคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ริมหาด
ด้านเพื่อนร่วมอาชีพชาวประมงพื้นบ้าน ได้สะท้อนเสียงสะเทือนใจและเรียกร้องผ่านสื่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าอยากให้กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานพยากรณ์อากาศ เพิ่มความเข้มงวด แม่นยำ และมีความชัดเจนในการพยากรณ์สภาพอากาศในทะเลให้มากกว่านี้ เนื่องจากชาวประมงเรือเล็กส่วนใหญ่มักออกเรือหาปลาเพียงลำพัง หากเกิดเหตุการณ์สภาพอากาศแปรปรวนฉับพลันและไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าที่แม่นยำ จะไม่มีใครสามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำและเป็นอันตรายถึงชีวิต ทั้งนี้ ทางผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ได้ฝากแจ้งเตือนไปยังพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านและนักท่องเที่ยว ช่วงนี้ขอให้ติดตามประกาศเตือนภัยสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด อย่าชะล่าใจเด็ดขาดแม้พยากรณ์เบื้องต้นจะระบุว่าปลอดภัย เนื่องจากท้องทะเลในช่วงรอยต่อฤดูมีความแปรปรวนสูงและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น









