เฝ้าไข้แม่ชราที่อาการวิกฤตตลอดทั้งคืน พอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แม่ก็จากไปตลอดกาล เมื่อตรวจด

วิดีโอที่นายหวัง วัย 50 ปี จากมณฑลส่านซี ประเทศจีน นำมาเผยแพร่เพื่อรำลึกถึงคุณแม่ผู้จากไปด้วยโรคมะเ.ร็.งหลอดอาหารเมื่อปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ภาพในวิดีโอถูกบันทึกไว้ในคืนก่อนที่คุณแม่จะจากโลกนี้ไป โดยหญิงชราวัย 88 ปี ซึ่งร่างกายอ่อนแรงมากแล้ว ยังพยายามหยิบผ้าห่มมาห่มให้ลูกชายที่กำลังหลับอยู่ข้าง ๆ อย่างทะนุถนอม
หลังจากเฝ้าดูแลแม่ติดต่อกันหลายวัน นายหวังเผลอหลับไปข้างเตียงของแม่ แต่ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต คุณแม่ยังคงมอบความรักและความห่วงใยให้ลูกชายเช่นเดียวกับตอนที่เขายังเป็นเด็ก
นายหวังเป็นบุตรบุญธรรมที่ถูกรับเลี้ยงตั้งแต่อายุเพียง 3 เดือน เมื่อเขาอายุ 6 ขวบ พ่อบุญธรรมได้เสียชีวิตลง ทำให้แม่ต้องเลี้ยงดูลูก ๆ ทั้ง 8 คนเพียงลำพังจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แม้เวลาจะผ่านมาหนึ่งปีแล้วหลังการจากไปของแม่ แต่เขายังคงรู้สึกคิดถึงและเสียใจทุกครั้งที่นึกถึงเธอ

วิดีโอดังกล่าวได้สัมผัสหัวใจของผู้คนจำนวนมาก หลายคนยอมรับว่ากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นภาพคุณแม่ยังคงดูแลลูกชายก่อนจากไปตลอดกาล ความคิดเห็นจำนวนมากระบุว่า
“แม่ยังคงปกป้องลูกจนถึงลมหายใจสุดท้าย”
“ความรักของแม่ยิ่งใหญ่ที่สุด”
“เขาจะจดจำความอบอุ่นจากผ้าห่มที่แม่ห่มให้ในคืนนั้นไปตลอดชีวิต”
เรื่องราวเกี่ยวกับความรักและความเสียสละของพ่อแม่ที่มีต่อลูก มักได้รับความเห็นอกเห็นใจและสร้างความประทับใจอย่างมากบนโลกออนไลน์
ก่อนหน้านี้ นายหม่า วัย 27 ปี จากมณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน ก็ได้แชร์วิดีโอของคุณแม่ที่กำลังป่วยระยะสุดท้าย แต่ยังพยายามลุกขึ้นมาทำอาหารเย็นให้ลูกชายด้วยตนเอง
แม้ร่างกายของเธอจะผอมจนเหลือน้ำหนักเพียง 35 กิโลกรัม และต้องใช้ออกซิเจนช่วยหายใจ แต่เธอยังคงยืนยันที่จะทำบะหมี่ซอสมิโซะถั่วเหลืองทอด ซึ่งเป็นเมนูโปรดของลูกชาย แม้ว่าการทำอาหารในครั้งนั้นจะใช้พลังงานจากร่างกายของเธออย่างมากก็ตาม

นายหม่าเล่าว่า คุณแม่ต้องการทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อลูกชายในช่วงวันสุดท้ายของชีวิต และอาหารมื้อนั้นยังเป็นมื้อแรกที่เธอทำให้ลูก หลังจากอาการป่วยทรุดหนักมานานกว่า 3 เดือน
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เวลาที่เราได้อยู่กับคนที่รักมีขีดจำกัด และไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าจะมีโอกาสพบกันอีกกี่ครั้ง สิ่งที่ทำได้ในวันนี้จึงไม่ใช่การพยายามหยุดเวลา แต่เป็นการใช้เวลาที่มีอยู่ให้ดีที่สุด เพื่อให้เมื่อวันหนึ่งต้องหันกลับมามองอดีต เราจะยังมีความทรงจำอันอบอุ่นให้ระลึกถึง และไม่ต้องเสียใจมากเกินไปกับคำพูดหรือการกระทำดี ๆ ที่เคยคิดว่ายังมีเวลาทำในวันข้างหน้า






